
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก 8 ประเทศของยุโรป จากประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับกรีนแลนด์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญหลายรายการของจีนในช่วงเช้าวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.,การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธ.ค. และอัตราว่างงานเดือนธ.ค.
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,390.05 จุด ลดลง 546.12 จุด หรือ -1.01%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,641.60 จุด ลดลง 203.36 จุด หรือ -0.76% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,090.72 จุด ลดลง 11.19 จุด หรือ -0.27%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดลบ 0.19% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 0.18%
ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อดินแดนดังกล่าว
โพสต์ดังกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ สร้างความไม่พอใจไปทั่วยุโรป โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และอันโตนิโอ กอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ร่วมกันว่า “มาตรการภาษีนี้จะทำลายความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดวงจรความขัดแย้งที่อันตราย”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)





