ต่างชาติเที่ยวญี่ปุ่นปี 68 ทุบสถิติ 42.7 ล้านคน ยอดใช้จ่ายพุ่งทำนิวไฮ 9.5 ล้านล้านเยน

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (20 ม.ค.) ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นในปี 2568 เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 42.7 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 9.5 ล้านล้านเยน (ราว 6.01 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าและจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ปี 2568 นับเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 40 ล้านคน และสูงกว่าปี 2567 ราว 6 ล้านคน

ยาสุชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ระบุว่า ญี่ปุ่นจะเดินหน้ากลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่ามกลางตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจากจีนลดลงถึง 45% ในเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบรายปี เหลือราว 330,000 คน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกดดันตลาดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในปี 2569 นี้

กระทรวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมย้ำว่ารัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเริ่มตึงเครียดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น กล่าวพาดพิงถึงไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ส่งผลให้จีนใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการแนะนำให้ประชาชนงดเดินทางไปญี่ปุ่น ขณะที่สายการบินบางส่วนได้ลดเที่ยวบินระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ญี่ปุ่นได้เตรียมปรับขึ้นภาษีขาออกจากประเทศ หรือภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยภาษีดังกล่าวจะเรียกเก็บจากผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศทุกคน ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวญี่ปุ่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ม.ค. 69)