
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตือนว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสกัดการเก็งกำไรในตลาด หลังจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาว่ารัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน
ทาคาอิจิกล่าวระหว่างการดีเบตกับบรรดาผู้นำพรรคการเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ (25 ม.ค.) ว่า “ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หน้าที่ของดิฉันที่จะให้ความเห็นต่อเรื่องที่ควรถูกกำหนดโดยกลไกตลาด แต่เราจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อจัดการกับความเคลื่อนไหวแบบเก็งกำไรและความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอย่างมาก”
ทาคาอิจิได้จัดทำชุดมาตรการใช้จ่ายขนานใหญ่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และให้คำมั่นว่าจะระงับการจัดเก็บภาษีการขายสินค้ากลุ่มอาหารในอัตรา 8% เป็นเวลา 2 ปี โดยการประกาศนโยบายดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนในการชำระหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลของรัฐบาลญี่ปุ่น
ในระหว่างการดีเบตวานนี้ ทาคาอิจิกล่าวว่ารัฐบาลของเธอมีเป้าหมายที่จะเริ่มระงับการจัดเก็บภาษีการขายสินค้ากลุ่มอาหารในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีงบประมาณซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนเม.ย.นี้
คำกล่าวของนายกฯ ญี่ปุ่นมีขึ้นหลังจากที่เงินเยน ซึ่งร่วงลงใกล้ระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ได้ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันศุกร์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กได้ดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือที่เรียกว่า Rate Check กับธนาคารรายใหญ่ ด้วยการสอบถามความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์และเยน ซึ่งโดยทั่วไปถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด
ทั้งนี้ คาดว่าความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะแทรกแซงตลาดร่วมกันเพื่อหยุดการอ่อนค่าของเงินเยน น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)





