
เวลลิงตัน กู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไต้หวัน เปิดเผยในวันนี้ (26 ม.ค.) ว่า ไต้หวันกำลังเฝ้าติดตามความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติในโครงสร้างผู้นำทางทหารของจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากนายทหารระดับสูงสุดถูกสั่งสอบสวน พร้อมระบุว่าไต้หวันจะใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อถอดรหัสเจตนาที่แท้จริงของรัฐบาลจีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางการจีนประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 ม.ค.) ว่า พลเอกจาง โย่วเสีย รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) และ พลเอกหลิว เจิ้นลี่ นายทหารระดับสูงอีกราย กำลังถูกสอบสวนในข้อหาต้องสงสัยว่าละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง
เวลลิงตัน กู้ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาว่า “เราจะยังคงติดตามความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติในระดับผู้นำของทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาล และกองทัพจีนอย่างต่อเนื่อง จุดยืนของกองทัพของเราตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า จีนไม่เคยละทิ้งการใช้กำลังต่อไต้หวัน”
ทั้งนี้ พล.อ.จางถูกมองว่าเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดที่สุดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในนายทหารระดับสูงเพียงไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ในสนามรบจริง โดยเคยเข้าร่วมในสงครามชายแดนกับเวียดนามเมื่อปี 2522
รมว.กลาโหมไต้หวันระบุเพิ่มเติมว่า การประเมินสถานการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงการปรับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น แต่ไต้หวันจะใช้วิธีการข่าวกรองร่วม การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน (ISR) รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับพันธมิตร เพื่อให้เห็นภาพรวมของตัวบ่งชี้ทั้งหมด ทั้งในมิติทางทหารและมิติอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงเจตนาและการกระทำของจีนอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบัน จีนยังคงเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการส่งเครื่องบินรบและเรือรบเข้าสู่พื้นที่รอบเกาะไต้หวันเกือบทุกวัน ซึ่งรัฐบาลไต้หวันมองว่าเป็นพฤติกรรมคุกคามเพื่อกดดันให้ยอมรับการอ้างอธิปไตยของจีน โดยเมื่อสิ้นเดือนธ.ค. จีนเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบครั้งใหญ่รอบเกาะไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลไต้หวันยังคงยืนกรานว่าประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)




