โดรนรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีรถไฟโดยสารยูเครน ดับ 5 ราย “เซเลนสกี” ชี้เป็นการก่อการร้าย

อัยการยูเครนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 5 รายจากเหตุโดรนรัสเซียโจมตีขบวนรถไฟโดยสารในแคว้นคาร์กิว ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และโอเลกซีย์ คูเลบา รองนายกรัฐมนตรี ต่างออกมาประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การก่อการร้าย” โดยตรงจากฝั่งรัสเซีย

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะรถไฟกำลังเดินทางจากเมืองชอป เมืองชายแดนฝั่งตะวันตกติดกับฮังการีและสโลวาเกีย มุ่งหน้าไปยังเมืองบาร์วินโคเว รายงานจากอัยการระบุว่า รัสเซียใช้โดรน 3 ลำในการโจมตี โดยลำหนึ่งพุ่งชนขบวนรถไฟ ส่วนอีก 2 ลำตกลงในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้ตู้โดยสารอย่างน้อย 2 ตู้เกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีหิมะปกคลุม

ในส่วนของความสูญเสีย เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนร่างกายผู้เสียชีวิต 5 รายในที่เกิดเหตุ สำหรับจำนวนผู้โดยสารบนขบวนรถนั้น ข้อมูลยังมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย โดยอัยการระบุว่ามีผู้โดยสาร 155 คน ขณะที่ปธน.เซเลนสกีเปิดเผยผ่านเทเลแกรมว่า มีผู้โดยสารกว่า 200 คน โดยในจำนวนนี้ 18 คนนั่งอยู่ในตู้ขบวนที่ถูกโจมตีโดยตรง

ผู้นำยูเครนระบุผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า “ไม่ว่าประเทศไหน การใช้โดรนโจมตีรถไฟพลเรือนก็ถือเป็นการก่อการร้ายทั้งสิ้น การโจมตีนี้ไม่มีเหตุผลทางทหารมารองรับได้เลย” พร้อมย้ำว่าภารกิจสำคัญขณะนี้คือการปกป้องชีวิตประชาชน ซึ่งทำได้ด้วยการกดดันรัสเซีย

ด้านโอเลกซานเดอร์ เปอร์ตซอฟสกี ซีอีโอของการรถไฟแห่งชาติยูเครน (Ukrzaliznytsia) ได้แสดงความขอบคุณทีมกู้ภัยและผู้โดยสารที่ร่วมมือกันอพยพผู้คน พร้อมยืนยันที่จะให้บริการเดินรถต่อไปแม้สถานการณ์จะตึงเครียด

“การปฏิบัติงานท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เรากำลังปรับแผนงานและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นในจุดเสี่ยง แต่เราจะไม่ยอมแพ้แม้ในวันที่เลวร้ายที่สุด” เปอร์ตซอฟสกีระบุผ่านเฟซบุ๊ก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)