“ทรัมป์” ส่งสัญญาณเตือน อังกฤษทำธุรกิจกับจีนถือเป็นเรื่องอันตรายมาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตือนว่าการที่อังกฤษทำธุรกิจกับจีนจะเป็น “เรื่องอันตรายมาก” โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผู้นำอังกฤษและจีนได้ประกาศแผนการต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษอยู่ระหว่างการเยือนจีนเป็นเวลา 4 วัน และถือเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนแรกในรอบ 8 ปีที่เดินทางเยือนจีน โดยสตาร์เมอร์ได้เข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ด้วยเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานจากข้อพิพาทในทุก ๆ ประเด็น ตั้งแต่ประเด็นฮ่องกงไปจนถึงเรื่องการจารกรรม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงทางธุรกิจหลายด้าน รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบวีซ่าให้กับชาวอังกฤษ

สื่อรายงานว่า ในช่วงนอกรอบของการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “Melania” ที่เคนเนดี เซ็นเตอร์ ผู้สื่อข่าวได้ขอให้ปธน.ทรัมป์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความพยายามของสตาร์เมอร์ในการทำธุรกิจกับจีน โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “การทำเช่นนั้นถือเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับพวกเขา”

ในระหว่างการเยือนของสตาร์เมอร์ครั้งนี้ ทางการจีนให้คำมั่นสัญญาว่าจะเปิดทางให้ภาคบริการของอังกฤษสามารถเข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเดินทางเข้าประเทศจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่า หลังจากนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ทำข้อตกลงกันที่กรุงปักกิ่งว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

ด้านรัฐบาลอังกฤษเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) ว่า จีนจะผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอังกฤษ โดยอนุญาตให้เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน นอกจากนี้ อังกฤษและจีนมีแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะทำข้อตกลงด้านการบริการแบบทวิภาคีหรือไม่ โดยในระหว่างนี้ ทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะเป็น “พันธมิตรด้านการบริการ” ซึ่งจะช่วยให้ภาคส่วนการดูแลสุขภาพ การเงินและวิชาชีพ กฎหมาย และการศึกษาของอังกฤษได้รับ “กฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้น การเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้น และการสนับสนุนเพื่อเพิ่มยอดขายในจีน”

นอกจากนี้ ทางการอังกฤษระบุว่า จีนได้ตกลงที่จะลดภาษีนำเข้าวิสกี้ของอังกฤษลงครึ่งหนึ่ง จาก 10% เหลือ 5% ในขณะที่บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผู้ผลิตยาของอังกฤษ จะลงทุน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในจีนไปจนถึงปี 2573 เพื่อขยายการผลิตยา รวมถึงการวิจัยและพัฒนาในประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)