
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (CEA) ของทำเนียบขาวแล้ว หลังจากที่เขาถูกกดดันอย่างหนัก
เมื่อครั้งที่มิแรนเข้ามาร่วมงานกับเฟดในฐานะผู้ว่าการเมื่อเดือนก.ย. 2568 นั้น เขาได้เลือกใช้วิธีลางานโดยไม่รับค่าจ้างจากตำแหน่งที่ CEA ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมได้หลังจากวาระที่เฟดสิ้นสุดลง
การจัดการในลักษณะที่ผิดปกติเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา โดยระบุว่าทำให้มิแรนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มากเกินไป และถือเป็นภัยคุกคามความน่าเชื่อถือของเฟด เนื่องจากมิแรนไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับทำเนียบขาวอย่างสิ้นเชิง กระทั่งในวันอังคาร (3 ก.พ.) สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาได้ยื่นจดหมายเรียกร้องให้มิแรนลาออกจากเฟด เพื่อยุติสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “ข้อตกลงที่ไม่เหมาะสม”
ปธน.ทรัมป์ได้เสนอชื่อมิแรนให้เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดเป็นการชั่วคราวในปีที่แล้ว เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลงของเอเดรียนา คูเกลอร์ ผู้ว่าการเฟดที่ลาออกก่อนกำหนดเมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว โดยคูเกลอร์ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน
แม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดของมิแรนได้หมดลงแล้วในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่เขายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในเฟดต่อไปได้จนกว่าจะมีผู้สืบทอดตำแหน่งที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์ได้เสนอชื่อเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ต่อจากเจอโรม พาวเวล และมีการคาดการณ์ว่าปธน.ทรัมป์อาจจะแต่งตั้งวอร์ชให้เข้ามารับตำแหน่งแทนที่มิแรนในเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตาม การที่วอร์ชจะได้รับการรับรองในวุฒิสภาอาจเป็นกระบวนการที่ยาวนาน เนื่องจากทอม ทิลลิส วุฒิสมาชิกรัฐนอร์ทแคโรไลนาจากพรรครีพับลิกัน ได้ขู่ว่าจะชะลอการพิจารณารายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่องค์กรเฟดทั้งหมด เพื่อตอบโต้ที่กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล และกรณีการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟดที่ยังดำเนินอยู่ โดยทั้งปธน.ทรัมป์และกระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะยุติการตรวจสอบพาวเวลแต่อย่างใด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)





