
บริษัทกาตาร์เอ็นเนอร์จี้ (QatarEnergy) บรรลุข้อตกลงจัดส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปริมาณ 2 ล้านตันต่อปี ให้แก่บริษัทปิโตรนาส (Petronas) ของมาเลเซีย ภายใต้สัญญาซื้อขายระยะยาว 20 ปี เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับปริมาณสำรองที่ลดน้อยลง
แม้มาเลเซียจะเป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก แต่คาดการณ์ว่ามาเลเซียจะมีความต้องการนำเข้าก๊าซเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นในศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ปิโตรนาสระบุในแถลงการณ์วันนี้ (4 ก.พ.) ว่า การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้น ณ การประชุม LNG2026 ในกรุงโดฮา ซึ่งถือเป็นสัญญาการจัดหาระยะยาวฉบับแรกระหว่างมาเลเซียกับกาตาร์ โดยเกิดขึ้นหลังจากที่กาตาร์เพิ่งลงนามสัญญาขาย LNG ให้แก่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 27 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ปิโตรนาสกำลังเร่งขยายการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ในต่างประเทศ พร้อมแสวงหาพันธมิตรจากบริษัทข้ามชาติเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ควบคู่ไปกับการจัดหา LNG ผ่านข้อตกลงนำเข้า เพื่อชดเชยปริมาณสำรองในประเทศที่กำลังลดลง
“ปริมาณก๊าซระยะยาวที่ได้รับจากข้อตกลงนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของมาเลเซีย ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะมี LNG พร้อมใช้งานอย่างมีเสถียรภาพและเชื่อถือได้ เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นภายในมาเลเซีย” ปิโตรนาสระบุ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปิโตรนาสได้ลงนามสัญญาซื้อ LNG กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงกำลังมีแผนก่อสร้างสถานีแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ (Regasification terminal) แห่งที่ 3 ของประเทศ
ทางด้านกาตาร์เอ็นเนอร์จี้กำลังมุ่งเน้นโครงการขยายแหล่งนอร์ทฟิลด์ (North Field) ขนาดมหึมา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิต LNG ได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้ขาย LNG รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต LNG ขึ้นเป็น 126 ล้านตันต่อปีภายในปี 2570 ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นราว 64% จากระดับปัจจุบันที่ 77 ล้านตันต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์เคปเลอร์ (Kpler) ระบุว่า กาตาร์สามารถส่งออก LNG ในปีที่ผ่านมาได้มากกว่า 81 ล้านตัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.พ. 69)





