เงินบาทเปิด 31.73 แนวโน้มอ่อนค่า ตลาดจับตาผลประชุม BoE-ECB-ข้อมูลศก.สหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.73 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดวันก่อรที่ระดับ 31.65 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up ตามจังหวะการทยอยแข็งค่า ขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังราคาทองคำทยอยรีบาวด์สูงขึ้น ท่ามกลางภาวะปิดรับความ เสี่ยงของตลาดการเงินและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และอาจ ยังพอได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อผลลัพธ์ของการเลือกตั้งญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

“แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า แต่ความไม่แน่นอนของความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด การเงิน อาจพอช่วยหนุนราคาทองคำ และช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทไว้ แถวโซนแนวต้าน 31.75-31.85 บาท/ดอลลาร์” นาย พูน ระบุ

ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญวันนี้ ตลาดรอผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเรา ประเมินว่า ทั้ง BoE และ ECB จะเลือกคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม แต่ BoE อาจส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ หากตลาดแรงงานอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจด้านแรงงาน อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน, ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ และยอดการประกาศเลิกจ้างงาน

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 31.60-31.85 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.93 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 156.61 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1802 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1814 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 31.576 บาท/ดอลลาร์
  • “กองทุนโลก” ลดน้ำหนัก การลงทุนใน “ตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ไทย” หวั่นผลเลือกตั้งไม่สามารถแก้ “ปัญหาเรื้อรัง” หนี้ ครัวเรือนพุ่งสูง เศรษฐกิจโตต่ำ แต่อาจซ้ำเติมทำให้ปัญหาเหล่านี้แย่ลงอีก แม้ P/E หุ้นไทยอยู่ที่ 14 เท่า ถูกกว่าเพื่อนบ้าน เผยราคา ถูกอย่างเดียวยังไม่พอ “นักลงทุน” จับตาใกล้ชิดนโยบาย “นายกฯ คนใหม่” ของไทยพลิกฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจหลังจากนี้
  • S&P Global รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนม. ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 52.5 จากระดับ 52.5 ในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่ง ซื้อใหม่และการจ้างงาน แม้ว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลง
  • ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 45,000 ตำแหน่ง จากระดับ 37,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (4 ก.พ.) หลัง มีรายงานว่าภาคบริการของสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดีเกินคาด ขณะที่นักลงทุนรอดูข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเลื่อนไปเปิดเผยในสัปดาห์ หน้า
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ (4 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ทางภูมิรัฐ ศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งรอดูข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ
  • นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยสำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้า หน้าที่สหรัฐฯ ว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอของอิหร่านในการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่เจรจาซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ซึ่งส่งสัญญาณว่าการเจรจาในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว
  • ตลาดจับตาธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตรา ดอกเบี้ย โดยตลาดคาด BoE มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันนี้ (5 ก.พ.) พร้อมเปิดทางเลือก เกี่ยวกับช่วงเวลาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยรอความชัดเจนว่าการชะลอตัวของตลาดแรงงานจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ เพียงใด
  • สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพุธที่ 11 ก.พ. จากเดิมที่มี กำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. และจะเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันอังคารที่ 3 ก.พ. ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จะมีการเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. จาก เดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันพุธที่ 11 ก.พ.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)