
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในช่วงที่เด็กนักเรียนกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยแกนนำฝ่ายค้านและนักการศึกษาเตือนว่าการเลือกตั้งอาจรบกวนการสอบและทำให้เยาวชนเสียโอกาสในการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ทาคาอิจิประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างกะทันหันในเดือนม.ค. และประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่จัดขึ้นในเดือนก.พ. นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นเดือนที่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิได้แนะนำให้นักเรียนใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม โทชิโกะ ทาเคยะ แกนนำพรรคโคเมโต (Komeito) มองว่าภาระของผู้สอบจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และตำหนิการกระทำของทาคาอิจิว่า “ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง”
ขณะเดียวกัน โยชิฮิโกะ โนดะ แกนนำร่วมของพรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance) ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เยาวชนที่กระตือรือร้นจะใช้สิทธิเลือกตั้ง “เพื่ออนาคตของตนเอง” ต้องสูญเสียโอกาสในการลงคะแนนเสียง
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการหาเสียงใกล้โรงเรียนและสนามสอบ แม้ว่ากฎหมายการเลือกตั้งของญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้สมัครหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ส่งเสียงดังรอบสถานศึกษา แต่ก็ไม่มีบทลงโทษใด ๆ
คาโอริ ซูเอโตมิ ศาสตราจารย์ด้านการบริหารการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิฮง กล่าวว่า การปฏิบัติตามโดยสมัครใจของผู้สมัครเพียงบางส่วน อาจไม่เพียงพอที่จะปกป้องนักเรียนในช่วงการสอบที่สำคัญ และการทับซ้อนกันของช่วงเลือกตั้งกับช่วงสอบครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดเวลาเลือกตั้งและแนวปฏิบัติในการหาเสียง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)





