ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกาหลีใต้ปี 68 พุ่งทำนิวไฮ รับอานิสงส์ส่งออกชิปแกร่ง

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (6 ก.พ.) ว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้ในปี 2568 อยู่ที่ระดับ 1.2305 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระดับ 9.997 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นยอดเกินดุลรายปีที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้น ทำลายสถิติเดิมที่ระดับ 1.051 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ BOK ที่ระดับ 1.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับในเดือนธ.ค. เพียงเดือนเดียว เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นยอดเกินดุลรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าสถิติเดิมที่ 1.422 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.ย. 2568

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เกินดุลติดต่อกันยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2

ปัจจัยหลักที่หนุนให้ยอดเกินดุลพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์มาจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอื่น ๆ โดยยอดเกินดุลการค้าสินค้าอยู่ที่ 1.885 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นการเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 22

ในรายละเอียดนั้น การส่งออกเพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะที่ระดับ 7.165 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.7% แตะที่ระดับ 5.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนยอดการส่งออกตลอดทั้งปี 2568 ทำสถิติใหม่ที่ 7.1894 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ดี ยอดขาดดุลด้านบริการแตะ 3.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธ.ค. เทียบกับที่ขาดดุล 2.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และขาดดุล 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพ.ย. โดยธนาคารกลางระบุว่า การขาดดุลดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว

ส่วนดุลรายได้ปฐมภูมิ ซึ่งติดตามค่าจ้างแรงงานต่างชาติ การจ่ายเงินปันผลจากต่างประเทศ และรายได้ดอกเบี้ยนั้น มียอดเกินดุล 4.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 1.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)