สำนักพระราชวัง UK พร้อมร่วมมือตำรวจสอบปม “แอนดรูว์” แชร์เอกสารลับทางการค้าให้เอปสตีน

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ว่า พร้อมสนับสนุนการสืบสวนของตำรวจในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับแอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 หลังมีอีเมลบ่งชี้ว่า เขาอาจเปิดเผยเอกสารลับทางการค้าของสหราชอาณาจักร (UK) ให้กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน

เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ซึ่งถูกถอดฐานันดรศักดิ์เนื่องจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีน กำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่เอกสารใหม่หลายล้านฉบับที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับที่ถูกตัดสินความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ

โฆษกสำนักพระราชวังระบุว่า “สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแสดงจุดยืนชัดเจนผ่านพระราชดำรัสและการดำเนินการเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ว่าทรงมีความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาที่ยังคงปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายเมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์”

ข้อมูลจากไฟล์ล่าสุดที่เปิดเผยในสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ได้ส่งต่อเอกสารทางการค้าของรัฐบาล UK ให้กับเอปสตีนในปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่เอปสตีนถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยเป็นการรั่วไหลข้อมูลในขณะที่เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าของรัฐบาล

เอกสารดังกล่าวระบุว่า เขาได้ส่งต่อรายงานเกี่ยวกับเวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ ให้กับเอปสตีน ซึ่งเป็นรายงานที่เขาได้รับจากการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้แทนการค้าถูกห้ามไม่ให้เปิดเผยเอกสารที่ละเอียดอ่อนหรือเอกสารเชิงพาณิชย์

เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ วัย 65 ปี ปฏิเสธการกระทำผิดมาโดยตลอด และยังไม่ออกมาให้ความเห็นต่อกรณีเอกสารเอปสตีนชุดล่าสุด ขณะที่ตำรวจเทมส์แวลลีย์ระบุว่าได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และกำลังประเมินว่าจะเปิดการสืบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่

ทางสำนักพระราชวังเพิ่มเติมว่า “แม้ข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงในเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่นายเมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ต้องจัดการด้วยตนเอง แต่หากเราได้รับการติดต่อจากตำรวจเทมส์แวลลีย์ เราก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนตามที่ทุกฝ่ายคาดหวัง และดังที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ทรงระลึกถึงและทรงเห็นใจผู้ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบเสมอมา”

ด้านเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคททรงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเอปสตีนที่ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกส่วนพระองค์ระบุว่า “ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใยและระลึกถึงกลุ่มเหยื่อเป็นสำคัญ” ก่อนที่เจ้าชายวิลเลียมจะเสด็จฯ เยือนซาอุดีอาระเบีย

เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ถูกกดดันให้ยุติพระกรณียกิจทั้งหมดในปี 2562 เนื่องจากความสัมพันธ์กับเอปสตีน ต่อมาในเดือนต.ค. 2568 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าชายของเขา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาต้องย้ายออกจากที่พำนักในเขตพระราชฐาน

ในปี 2565 เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ได้ตกลงยอมความในคดีที่เวอร์จิเนีย จูเฟร ฟ้องร้องว่าถูกเขาล่วงละเมิดทางเพศขณะที่เธอยังเป็นวัยรุ่นผ่านการชักนำของเอปสตีน โดยจูเฟรเสียชีวิตจากการทำอัตวินิบาตกรรมเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว

แม้ราชวงศ์พยายามรักษาระยะห่างจากเมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ แต่เขายังคงเป็นปัญหาที่สร้างความลำบากใจ ล่าสุดมีชายคนหนึ่งตะโกนถามสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขณะเสด็จฯ เยือนเมืองคลิเทอโร ทางตอนเหนือของอังกฤษว่า “ชาร์ลส์ คุณรู้เรื่องแอนดรูว์กับเอปสตีนมานานแค่ไหนแล้ว” ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ที่พระองค์ถูกตะโกนถามในที่สาธารณะ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตำรวจระบุว่ากำลังทบทวนข้อกล่าวหาใหม่ต่อเมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ซึ่งเกี่ยวพันกับการพาหญิงคนหนึ่งไปยังบ้านพักในวินด์เซอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน

ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา การเปิดเผยข้อมูลจากไฟล์เหล่านี้ยังส่งผลกระทบไปถึงนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในการดำรงตำแหน่ง จากการแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน คนรู้จักของเอปสตีน เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ เนื่องจากปรากฏข้อมูลว่า แมนเดลสันอาจแบ่งปันไฟล์ลับของรัฐบาลในช่วงปี 2552-2553 ให้กับเอปสตีนเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)