
สิงคโปร์ยังคงครองตำแหน่งนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเมียนมา แม้จะมีเสียงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนให้นานาประเทศระงับการสนับสนุนด้านเงินทุน อาวุธ และพลังงานแก่รัฐบาลทหารก็ตาม
ข้อมูลจากคณะกรรมการการลงทุนและจดทะเบียนธุรกิจ (Directorate of Investment and Company Administration: DICA) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลทหารเมียนมา เผยว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 สิงคโปร์ จีน และไทย คือกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 53 ประเทศและภูมิภาคที่เข้ามาลงทุนในเมียนมา
โดยในปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจจากสิงคโปร์ได้เข้าไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในเมียนมาคิดเป็นมูลค่า 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยจีนที่ 75 ล้านดอลลาร์, ไทย 64 ล้านดอลลาร์, ฮ่องกง 27 ล้านดอลลาร์ และสหราชอาณาจักร 4 ล้านดอลลาร์
เมื่อพิจารณาจาก 12 ภาคเศรษฐกิจหลัก พบว่า ภาคพลังงานมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดที่ 28.29% รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซ 24.64% และภาคการผลิต 14.65%
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลตะวันตกดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อกองทัพเมียนมาและผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่การขาดประสานงานที่มีประสิทธิภาพทำให้มาตรการดังกล่าวไม่สามารถตัดวงจรเครือข่ายทั้งหมดได้ ขณะที่กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเองก็ยังไม่มีการประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ต่อรัฐบาลทหารเมียนมาในขณะนี้
ทางด้านความเคลื่อนไหวล่าสุดจากการประชุมคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (MIC) นัดแรกประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 26 มกราคม ณ กรุงเนปยีดอ ที่ประชุมซึ่งนำโดย พลเอก มยะ ตุน อู ประธาน MIC ได้อนุมัติโครงการใหม่เพิ่มอีก 20 โครงการ มูลค่ารวม 62.911 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกว่า 2.12 แสนล้านจ๊าต ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างงานได้ 3,382 ตำแหน่ง
โครงการที่ผ่านการอนุมัติในรอบนี้ครอบคลุมทั้งทุนต่างชาติและทุนในท้องถิ่น โดยมีธุรกิจที่น่าสนใจ อาทิ การประกอบและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและการท่องเที่ยว การศึกษา และอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม โดย MIC ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าพิจารณาอนุมัติคำขอลงทุนต่อไปตามกรอบของกฎหมายการลงทุนเมียนมา เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างชาติต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)





