
โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณยอมรับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ โดยกล่าวว่าค่าเงินดอลลาร์ในระดับปัจจุบันมีความสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น และช่วยสนับสนุนการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ลุตนิกได้แถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันอังคาร (10 ก.พ.) เพื่อตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยเขากล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สกุลเงินดอลลาร์ถูกประเทศอื่นแทรกแซงจนทำให้แข็งค่าขึ้น เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นมีข้อได้เปรียบในการส่งออกสินค้าเข้ามาในสหรัฐฯ ได้มากขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามูลค่ามหาศาล แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนแปลงพลวัตทางการค้านี้
นอกจากนี้ ลุตนิกยังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า สกุลเงินดอลลาร์ถูกทำให้แข็งค่าเกินจริงมาเป็นเวลานาน ซึ่งจำกัดความสามารถของสหรัฐฯ ในการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่น ๆ
“ผมมองว่า สกุลเงินดอลลาร์ในปัจจุบันมีความสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น และเรากำลังส่งออกได้มากขึ้น และนั่นคือสาเหตุที่ GDP ของเราเติบโตขึ้นมากใช่หรือไม่?” ลุตนิกกล่าว และเสริมว่า เขาเชื่อมั่นว่า GDP ในไตรมาส 4 ของปี 2568 จะขยายตัวสูงกว่า 5% และอาจพุ่งทะลุ 6% ในไตรมาสแรกของปี 2569
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลดลงนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในวาระสอง โดยเขาให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศของสหรัฐฯ
ส่วนในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2565 หลังจากการแสดงความเห็นของปธน.ทรัมป์บ่งชี้ว่าเขาไม่ได้มองว่าการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัญหา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





