ทรัมป์เซ็นคำสั่งบริหารหนุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน สั่งเพนตากอนรับซื้อไฟ-ทุ่มงบอัปเกรด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธ (11 ก.พ.) สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ทำข้อตกลงรับซื้อกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่ไม่ระบุจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งถือเป็นมาตรการล่าสุดของทำเนียบขาวในการให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมถ่านหิน

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ประกาศด้วยว่า กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ จะให้เงินสนับสนุนจำนวน 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่โรงไฟฟ้าถ่านหิน 6 แห่งในรัฐเคนทักกี นอร์ทแคโรไลนา โอไฮโอ เวอร์จิเนีย และเวสต์เวอร์จิเนีย เพื่อใช้ในการปรับปรุงโรงงาน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่บริษัทสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ทยอยลดการใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน เนื่องจากเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ ซึ่งเคยกล่าวว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องหลอกลวง ได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล

ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศ “ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน” เพื่อเป็นข้ออ้างในการให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเก่าที่เตรียมจะปิดตัวลงยังคงเปิดดำเนินการต่อไปได้ และยกเว้นกฎระเบียบด้านอากาศที่สำคัญให้แก่โรงไฟฟ้าเหล่านี้ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งชะลอการอนุมัติใบอนุญาตสำหรับโครงการพลังงานทดแทนทั้งในพื้นที่ของรัฐบาลกลาง ตลอดจนที่ดินของมลรัฐและเอกชน

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าในวันพฤหัสบดีนี้ (12 ก.พ.) ปธน.ทรัมป์จะดำเนินการยกเลิก “Endangerment Finding” ซึ่งเป็นข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าก๊าซเรือนกระจกก่อให้เกิดอันตราย และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้รัฐบาลกลางมีอำนาจในการออกกฎหมายควบคุมก๊าซเรือนกระจก โดยผู้บริหารของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) ระบุว่าการดำเนินการของทรัมป์จะเป็นการลดกฎระเบียบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า องค์การบริหารลุ่มแม่น้ำเทนเนสซี (Tennessee Valley Authority หรือ TVA) ซึ่งเป็นบริษัทสาธารณูปโภคของรัฐรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีแผนที่จะชะลอการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเก่า 2 แห่งในรัฐเทนเนสซีออกไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)