
ซาราห์ ฮันเตอร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) กล่าวในวันนี้ (12 ก.พ.) ว่า ตลาดแรงงานของออสเตรเลียกลับมามีเสถียรภาพแล้วหลังจากชะลอตัวลง และยังคงตึงตัว ซึ่งสอดคล้องกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ฝังแน่นอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
ฮันเตอร์กล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองเพิร์ทว่า RBA กำลังติดตามภาวะตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่า การดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อจะเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวหรือไม่
“พลวัตทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยกรอบการจ้างงานเต็มศักยภาพและกรอบอัตราการว่างงานที่ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ (NAIRU) ชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพและยังคงตึงตัวเล็กน้อย” ฮันเตอร์กล่าว
“ภาพรวมของความตึงตัวที่ยังคงมีอยู่นั้นมีความสำคัญ เพราะเปรียบเสมือนเกลียวคู่ (Double Helix) ที่เกี่ยวพันกัน ซึ่งสอดคล้องกับการที่ยังคงมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา RBA ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% ซึ่งเป็นการกลับทิศทางนโยบายหลังจากปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีที่แล้ว โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.4% ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปี และ RBA คาดการณ์ว่าจะแตะระดับ 3.7% ในปีนี้
RBA คาดการณ์ว่าตลาดแรงงานจะไม่ชะลอตัวลงมากนักจากระดับปัจจุบัน ขณะที่ประเมินว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2-3% ไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มิเชล บูลล็อก ผู้ว่าการ RBA กล่าวเตือนในวันนี้ว่า อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเงินเฟ้อเริ่มฝังแน่น
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดตอกย้ำว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต โดยอัตราการว่างงานลดลงเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 4.1% ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอาจเริ่มกลับมาตึงตัวอีกครั้ง
ฮันเตอร์กล่าวว่า การชะลอตัวของตลาดแรงงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของตำแหน่งงานว่าง จำนวนคนงานที่ต้องการเปลี่ยนงานลดลง และการชะลอการจ้างงานของภาคธุรกิจ มากกว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)





