สหรัฐฯ-ไต้หวันลงนามดีลการค้าประวัติศาสตร์ ลดภาษีแลกจัดซื้อพลังงาน-เครื่องบิน

สหรัฐฯ และไต้หวันบรรลุข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนครั้งสำคัญเมื่อวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) โดยสหรัฐฯ จะลดภาษีสินค้านำเข้าจากไต้หวันเหลือ 15% จากเดิม 20% ในขณะที่ไต้หวันให้คำมั่นจัดซื้อพลังงานและเครื่องบินจากสหรัฐฯ รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระยะยาวของทั้งสองฝ่าย

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ไต้หวันจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวและน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงจัดซื้อเครื่องบินพาณิชย์และชิ้นส่วนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 พร้อมกันนี้ ไต้หวันยังให้คำมั่นลงทุนราว 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในอุปกรณ์ผลิตพลังงานของสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนภาคการผลิตของสหรัฐฯ และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของไต้หวัน

ข้อตกลงยังมุ่งลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งเคยเป็นข้อจำกัดต่อการส่งออกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาคยานยนต์และเกษตรกรรม โดยไต้หวันจะยกเลิกโควตานำเข้ารถยนต์จากสหรัฐฯ และเปิดตลาดเพิ่มเติมสำหรับเนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม เนื้อหมู และสินค้าเวชภัณฑ์จากสหรัฐฯ

เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยขจัดทั้งอุปสรรคด้านภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งเปิดโอกาสทางการค้าให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ชาวประมง แรงงาน ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้ผลิตของสหรัฐฯ มากขึ้น

การลงนามข้อตกลงมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน โดยอยู่ภายใต้การประสานงานของสถาบันอเมริกันในไต้หวัน (AIT) และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป (TECRO) พร้อมกำหนดกรอบความร่วมมือสำหรับการลงทุนใหม่ด้านพลังงานและเทคโนโลยีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงและการยกระดับความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างสองฝ่าย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)