UBS ชี้ผลกระทบ AI ลามตลาดเครดิต คาดผิดนัดหนี้อาจแตะ 1.2 แสนล้านดอลล์

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนได้เทขายหุ้นบริษัทซอฟต์แวร์และธุรกิจที่ถูกมองว่าอาจเสียเปรียบจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ตลาดสินเชื่ออาจเป็นเป้าหมายถัดไปที่ได้รับผลกระทบ

แมทธิว มิช หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินเชื่อของยูบีเอส (UBS) ระบุว่า ในช่วงปีหน้า เงินกู้ภาคเอกชนมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์มีความเสี่ยงจะผิดนัดชำระ โดยเฉพาะบริษัทซอฟต์แวร์และบริการข้อมูลที่อยู่ภายใต้กองทุนไพรเวทอิควิตี ซึ่งกำลังถูกกดดันจากความก้าวหน้าของ AI

เขาอธิบายว่า UBS กำลังประเมินสถานการณ์การดิสรัปต์อย่างรวดเร็วและรุนแรง หลังจากโมเดล AI รุ่นใหม่จากบริษัทอย่าง แอนโทรปิก (Anthropic) และโอเพนเอไอ (OpenAI) ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้

มิชระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากยังประเมินผลกระทบช้า เพราะไม่คิดว่า AI จะสร้างแรงสั่นสะเทือนเร็วขนาดนี้ ทำให้ตอนนี้ต้องกลับมาทบทวนวิธีประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตใหม่ทั้งหมด เนื่องจากความเสี่ยงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องในอีก 2–3 ปีข้างหน้า แต่กำลังเกิดขึ้นแล้ว

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดเริ่มมอง AI ในมุมใหม่ จากเดิมที่เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยยกระดับทุกบริษัท กลายเป็นการแข่งขันแบบผู้ชนะกินรวบ ซึ่งบริษัท AI รายใหญ่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการดั้งเดิมได้

บริษัทซอฟต์แวร์ได้รับผลกระทบก่อนและรุนแรงที่สุด ก่อนที่แรงขายลุกลามไปยังภาคการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง

UBS ประเมินว่า ภายในสิ้นปีนี้ อาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นรวม 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์–1.2 แสนล้านดอลลาร์ในตลาดสินเชื่อที่ปล่อยให้กับบริษัทที่มีหนี้สูงหรือมีความเสี่ยงด้านเครดิตมากกว่าปกติ (leveraged loans) และสินเชื่อเอกชน (private credit) ซึ่งเป็นการปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจแบบนอกระบบธนาคาร

สำนักข่าว CNBC คำนวณอัตราการผิดนัดชำระอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 2.5% ในตลาดสินเชื่อเลเวอเรจ และ 4% ในตลาดสินเชื่อเอกชน ภายในปลายปีพ.ศ. 2569 โดยตลาดทั้งสองมีมูลค่ารวมกันกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด