
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) กล่าวว่า บริษัทคาดว่างวดปี 68/69 ยอดขายจะทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมที่ 5% ขยับขึ้นเป็น 12% พร้อมกับวางเป้าหมายยอดขายจากนี้ 3 ปี จะเพิ่มเป็น 8.5 พันล้านบาท
“การที่เรานำระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าขั้นสูงมาใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำเสนอสินค้า ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายที่เราได้รับกลับมา ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เราต้องคิดว่าเราจะแบ่ง Wallet Share ของผู้บริโภคอย่างไร เพื่อสร้างการเติบโตให้กับเรา” นายแมทธิว กล่าว
บริษัทเดินหน้าการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ กระบวนการผลิต การบริหารสินค้าคงคลัง และช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชัน โดยในยุคดิจิทัล AI จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจและเสริมความสามารถในการแข่งขัน
โดยเริ่มทดลองในร้านแฟล็กชิป 4 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลเวสเกต เมกาบางนา และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมร้านและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังร้านและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขายด้วยข้อมูลเชิงลึก ซึ่งภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และเมื่อมีการแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสมและตรงความต้องการ ส่งผลให้อัตราการปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันบริษัทมีการใช้งานระบบ AI ดังกล่าวใน 41 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายให้ครอบคลุม 100 สาขา ภายในปี 2569
ขณะที่ด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทได้นำ AI-Driven Precision CRM มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกประมาณ 1.8 ล้านราย เพื่อยกระดับการสื่อสารทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) โดย ณ ปีงบประมาณ 68/69 (1 ก.ค. 68 – 30 มิ.ย. 69) ยอดขายที่มาจากฐานสมาชิก CRM คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีงบประมาณ 67/68 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การเพิ่มความถี่ในการซื้อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเทคโนโลยี Virtual Try-On สำหรับสมาชิก โดยสามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อทดลองสวมใส่สินค้าออนไลน์ผ่านระบบเสมือนจริง ในระยะแรกจะสามารถทดลองสินค้าได้ 2 ชิ้น เช่น เสื้อและกางเกงยีนส์ ก่อนพัฒนาไปสู่การทดลองสินค้าแบบครบชุด (Total Look) ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
“การผสาน AI เข้ากับธุรกิจออนไลน์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของช่องทาง E-commerce ของบริษัท ผ่านการเชื่อมโยง Virtual Try-On, AI-Driven CRM และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำเสนอสินค้า ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ” นายแมทธิว กล่าว
ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทในส่วนของยอดขายยังเห็นการเติบโตที่ดีในระดับตัวเลข 2 หลัก ซึ่งในงวดครึ่งแรกของปี 68/69 (1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 68) ยอดขายเติบโต 12% มาที่ 2.39 พันล้านบาท โดยมาจากการที่บริษัทนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมในการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะการทำการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละ Gen ที่มีพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่แตกต่างกัน และยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดแฟชั่นได้อย่างต่อเนื่อง
โดยในส่วนกลุ่มลูกค้า Gen X และ Gen Y ยังพบว่าลูกค้ามีการเข้ามาซื้อสินค้าในร้านของ MC อยู่มาก ทำให้บริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของสาขาที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันได้ทำการปรับเปลี่ยนไปแล้วกว่า 100 สาขา จากสาขาทั้งหมดที่มี 450 สาขา และจะทยอยปรับเปลี่ยนรูปแบบของสาขาให้ครบ 450 สาขา ภายในปี 69 ซึ่งหลังจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบสาขาใหม่ ได้เห็นถึงยอดขายของสาขาที่ปรับเปลี่ยนไปแล้วเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อยอดขายของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ในส่วนการขายผ่านช่องทางออนไลน์จะเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้า Gen Z ที่ส่วนใหญ่ชอบการสั่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ และมีการติดตามไลฟ์ขายสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทได้มีการทำการตลาดในส่วนนี้ผ่านการให้โปรโมชั่นการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ และการจัดส่งแบบ One Day Delivery ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าได้อย่างทันท่วงที
ขณะที่ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของบริษัทที่มีฐานลูกค้ากว่า 1.8 ล้านคน บริษัทยังคงดำเนินการทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าสมาชิก MC อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้สัดส่วนยอดขายของกลุ่มลูกค้าสมาชิกในรูปแบบ CRM เพิ่มเป็น 60% ของยอดขายรวม จากต้นปี 2568 ที่ 40% สะท้อนว่าการทำการตลาดของ MC สามารถเข้าถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และส่งผลมาถึงยอดขายที่เติบโตสูงในระดับ 12% ในช่วงครึ่งปีแรก และยังมีโอกาสเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลักต่อในช่วงครึ่งปีหลัง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)





