
ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมารวมตัวกันในกรุงโตเกียวเมื่อเย็นวานนี้ (24 ก.พ.) เพื่อประท้วงการผลักดันนโยบายที่สุ่มเสี่ยงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งรวมถึงการเร่งแก้รัฐธรรมนูญ การขยายขีดความสามารถทางทหาร และการส่งเสริมบทบาทของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ โดยกลุ่มผู้ประท้วงสะท้อนถึงความกังวลต่อทิศทางอนาคตของประเทศ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การชุมนุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มประชาสังคมหลายกลุ่ม บริเวณหน้าอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้ชูป้ายที่มีข้อความว่า “คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” และ “อย่าปล่อยฟาสซิสต์ออกจากกรง” พร้อมร่วมกันตะโกนคำขวัญเช่น “ไม่เอาสงคราม”
โนริโกะ คาชิกาวะ หนึ่งในผู้ประท้วง กล่าวกับนักข่าวว่า เธอ “คัดค้านนโยบายของทาคาอิจิ 100%” พร้อมเตือนว่า ญี่ปุ่นกำลังถูกนำพาเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมทำสงครามอยู่ตลอดเวลา และชี้ว่าหากประเทศยังคงถูกขับเคลื่อนไปสู่ความขัดแย้ง “ในท้ายที่สุดแล้วก็จะนำมาซึ่งการทำลายตัวเอง”
คาชิกาวะเสริมว่า ญี่ปุ่นควรก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ผ่านการหารือและวิถีทางการทูต มากกว่าการตรากฎหมายที่ขัดขวางการสื่อสารหรือการสร้างบรรยากาศที่แข็งกร้าวต่อภายนอก
นอกจากนี้ การชุมนุมดังกล่าวยังมีเยาวชนเข้าร่วมจำนวนมาก นักศึกษามหาวิทยาลัยรายหนึ่งเผยว่า เธอรู้สึกกังวลกับการดำเนินนโยบายล่าสุดของรัฐบาล และกล่าวว่า “นโยบายเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อทำสงคราม” พร้อมแสดงความหวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลที่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ทาคาอิจิได้ย้ำความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเรียกร้องให้มีการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างเต็มรูปแบบ การขยายการส่งออกอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้าง และการเพิ่มสมรรถนะด้านข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในสังคมญี่ปุ่น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





