ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในสหรัฐฯ พุ่งแรง ใกล้เคียงช่วงเริ่มสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) เปิดเผยว่า ราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซินเกรดปกติทั่วประเทศ พุ่งขึ้นเกือบ 27 เซนต์/แกลลอนภายในหนึ่งสัปดาห์ แตะที่ 3.25 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ วันพฤหัสบดี (5 มี.ค.)

AAA ระบุในแถลงการณ์ว่า ครั้งล่าสุดที่ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศปรับขึ้นรายสัปดาห์ในระดับใกล้เคียงกันเกิดขึ้นเมื่อเดือนมี.ค. 2565 ในช่วงเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยการปรับขึ้นครั้งนี้ทำให้ราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซินกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงต้นเดือนเม.ย. 2568

AAA ระบุเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้ว ฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และเริ่มเข้าสู่ช่วงการผลิตน้ำมันเบนซินสูตรฤดูร้อน

ขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 6.35 ดอลลาร์ หรือ 8.51% ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่มีสัดส่วนราว 25% ของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทางทะเลทั่วโลก

สตีเฟล (Stifel) บริษัทบริหารความมั่งคั่งและวาณิชธนกิจของสหรัฐฯ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งไปถึง 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้น รวมทั้งเพิ่มความตึงตัวด้านสินเชื่อจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดจากราคาน้ำมัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)