ILINK ปิดปี 68 กำไรเฉพาะกิจการพุ่ง กางแผนยักษ์ลุ้นงานเคเบิลใต้น้ำหมื่นล้านตุน Backlog รอ 3 พันลบ.

บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น [ILINK] ระบุว่าภาพรวมผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ยังคงบรรลุตามแผนและทำกำไรได้อย่างสมดุล โดยมีรายได้รวม 6,149.65 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ 329.99 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจและการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาพรวมทั้งปีสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงพร้อมวางรากฐานสู่ยุทธศาสตร์ระยะยาว และการก้าวสู่ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่” ขององค์กร

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่ม ILINK กล่าวว่า ปี 2568 นับเป็นปีแห่งการปรับฐานเชิงกลยุทธ์และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของกลุ่ม ILINK แม้ว่ารายได้บางส่วนจะชะลอตัวตามภาวะตลาด แต่บริษัทฯสามารถรักษาอัตรากำไรให้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและวินัยทางการเงินที่บริษัทยึดถือมาตลอดกว่า 3 ทศวรรษ”

โครงสร้างรายได้ของกลุ่ม ILINK ในปี 2568 ยังคงมาจาก 3 ธุรกิจหลัก ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการสร้างรายได้ และเสถียรภาพทางธุรกิจ โดยทั้งสามกลุ่มธุรกิจยังคงทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

นายสมบัติ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 39 ปี ภายใต้อุดมการณ์ “นำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย” โดยบริษัทสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเน้นการบริหารธุรกิจอย่างสมดุล ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรสุทธิและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหลักในปี 2569 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุล และยั่งยืน

สำหรับผลการดำเนินงานของ ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Distribution Business) ภาพรวมในปี 2568 มีรายได้ 2,780.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 297.17 ล้านบาท แม้รายได้ปรับลดลง 17.80% จากปีก่อนตามจังหวะการลงทุนของตลาด แต่ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) 28.36% สูงกว่าเป้าหมาย 25% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 10.69% สูงกว่าเป้าหมาย 9% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบ โดยบริษัทฯ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสายสัญญาณภายใต้แบรนด์ LINK AMERICAN พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายและโซลูชันระบบโครงข่ายที่ครบวงจรงานระบบ รวมถึงตู้แร็คภายใต้แบรนด์ GERMAN RACK รองรับการเติบโตของตลาด Data Center, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญของธุรกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ด้านธุรกิจวิศวกรรมโครงการแบบครบวงจร (Turnkey EPC Engineering Business) ในปี 2568 มีรายได้ 503.71 ล้านบาท ลดลงตามจังหวะการรับรู้รายได้ของโครงการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 11.40% และมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 240.25 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะประมูลโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 115 เควีมูลค่าประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างรออนุมัติเริ่มดำเนินงาน และยังอยู่ระหว่างเข้าร่วมประมูลโครงการสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 230 เควี มูลค่าประมาณ 9,125 ล้านบาท หากได้รับคัดเลือกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวของธุรกิจวิศวกรรมในอนาคตและนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพธุรกิจวิศวกรรมของบริษัทฯสู่การเติบโตในระดับโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ

ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม และดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom & Data Center Business) ปี 2568 มีรายได้รวม 2,865 ล้านบาท โดยบริษัทได้ปรับมาตรฐานบัญชีตาม TFRS 9 พร้อมปรับโครงสร้างทางการเงินกับสถาบันการเงิน (Refinance) และปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยรายได้หลักมาจากงานติดตั้งโครงข่ายให้แก่ลูกค้าภาครัฐและเอกชน 1,370 ล้านบาท ธุรกิจให้บริการโครงข่ายความเร็วสูง 1,278 ล้านบาท และรายได้จากบริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ 102 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ผ่านบริษัทในเครือ 74 ล้านบาท

และล่าสุด บริษัทได้ลงนามสัญญารับงานจาก กรมการสื่อสารทหาร ภายใต้ กองบัญชาการกองทัพไทยในโครงการจัดหาชุดวิทยุไมโครเวฟพื้นที่ภาคใต้ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 3,073 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569)

นายสมบัติ กล่าวว่า บริษัทมองว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการลงทุนรอบใหม่ โดย ILINK มีความพร้อมทั้งด้านประสบการณ์ บุคลากร และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ในระดับประเทศซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว ภายใต้แผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2569-2573) ที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)