เอกชนฝากรัฐบาลใหม่ยกเครื่องอุตฯ ท่องเที่ยว จาก Mass สู่ High Value ชูยุทธศาสตร์ “CICC D”

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การบริหารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้งฝากถึงว่าที่ รมว.ท่องเที่ยว คนใหม่ ว่า เรื่องการท่องเที่ยว เป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย แต่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใด ทำนโยบายออกมาแบบจับต้องได้ หรือมีวิธีการหาเงินเข้าประเทศอย่างชัดเจน หรือการยกเครื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบบูรณาการ มีเพียงแค่บอกว่าจะเข้ามาหยอดน้ำมันให้เครื่องจักรเดิมหมุนไปต่อได้ ซึ่งก็จะสามารถใช้ได้ไม่นาน

ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีจำนวนแรงงานที่อยู่ในระบบทั้งหมด 3.9 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก ที่สำคัญยังทำรายได้เข้าประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาถึง 1.17 ล้านล้านบาท

“ขอฝากเป็นการบ้านสำหรับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่จะเข้ามาดูแลประเทศว่า ควรจะสะสางวางโครงสร้างกระทรวงที่จะดูแลเครื่องยนต์สำคัญตัวนี้ให้กับประเทศไทย” นายสรเทพ ระบุ

สำหรับประเด็นการยุบกระทรวงวัฒนธรรม เข้ามาร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่และเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกันมาก โดยไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน ส่วนกระทรวงกีฬา ควรจะเปลี่ยนเป็นกรมการกีฬา อยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแทน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปได้ง่ายขึ้น เพราะจะเป็นการรวบขอบเขตอำนาจของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามารวมอยู่ในกระทรวงการท่องเที่ยว และยังบริหารการกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย

“เรามีคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็นหน่วยงานระดับนโยบายสูงสุด ตาม พ.ร.บ.นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” นายสรเทพ กล่าว

แต่ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยเข้าไปนั่งเป็นหัวโต๊ะ แต่มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดำเนินการ ซึ่งจริง ๆ ในสภาวะการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ตกต่ำจนประเทศเพื่อนบ้านได้แซงหมดเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะเข้ามา ควรจะเป็นประธานเรียกระดมหน่วยงาน หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดเข้ามานั่งประชุม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการและยั่งยืน มิเช่นนั้นการท่องเที่ยวของบ้านเราเครื่องยนต์ก็จะติด ๆ ดับ ๆ แบบนี้ไปอีกนาน

นายสรเทพ กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ยังเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก แต่กำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน เช่น การแข่งขันสูงจากประเทศเพื่อนบ้าน, ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์, ปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก, ความต้องการท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืนเพิ่มขึ้น และโครงสร้างอุตสาหกรรมบางส่วนยังปรับตัวช้า

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 34 ล้านคน ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปี 2569 คาดอาจกลับขึ้นมาเป็น 35 ล้านคน แต่การแข่งขันสูงขึ้น และมีแรงกดดันสูง ไทยเผชิญการแข่งขันจากประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม และจีนอย่างจริงจัง ในขณะที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ภาคธุรกิจยังปรับตัวไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ดี ภาครัฐกำลังผลักดันแนวคิด Value over Volume เพื่อเน้นคุณภาพและความยั่งยืน

นายสรเทพ ยังได้เสนอยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน ผ่านนโยบาย “ทำ ซิ ดี” หรือ “ทำ CICC D” ดังนี้

1. Connecting Journey เชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งระบบ

– เป้าหมาย: สร้างการเดินทางไร้รอยต่อ (Seamless Tourism Ecosystem)

– นโยบาย : พัฒนา Travel Corridor เชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง, เชื่อมการเดินทางพัฒนาโครงข่าย Air-Rail-Road-Water, พัฒนา “Tourism Cluster” เช่น วัฒนธรรม/ Wellness/ Nature และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับ Soft Power ไทย

– หน่วยงานหลัก : กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงคมนาคม

2. Image of Safety สร้างภาพลักษณ์ประเทศปลอดภัยและเชื่อถือได้

– เป้าหมาย : ยกระดับความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวโลก เนื่องจากประเด็นด้านความปลอดภัยมีผลต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

– นโยบาย : Smart Tourist Safety Center, มาตรฐานความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวระดับสากล, Crisis Communication Real-time และประกันภัยท่องเที่ยวแห่งชาติแบบสมัครใจราคาถูก หรือจากกองทุนค่าเหยียบแผ่นดินที่เราควรเริ่มเก็บได้แล้ว

3. Collaboration รัฐ-เอกชน-ชุมชน ขับเคลื่อนร่วม

– เป้าหมาย : สร้าง Tourism Ecosystem ที่ยั่งยืน โดยการแข่งขันระดับภูมิภาคทำให้ต้องใช้พลังเครือข่าย ไม่ใช่รัฐทำฝ่ายเดียว

– นโยบาย : Tourism Development Fund, ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรการท่องเที่ยว, Co-create Product ระหว่างเอกชนและท้องถิ่น หน่วยงานรัฐท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)และ ASEAN Tourism Partnership

4. Change Working Operation ปฏิรูประบบบริหารการท่องเที่ยว

– เป้าหมาย : จาก “Mass Tourism” สู่ “High Value Sustainable Tourism” เนื่องจากตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่คุณภาพ และความยั่งยืนมากขึ้น

– นโยบาย : Data-driven Tourism Policy, Green Tourism Tax Incentive, ปรับ KPI จากจำนวนนักท่องเที่ยวไปสู่รายได้ / คุณภาพ / Sustainability และยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ Upskill-Reskill

5. Digital Platform ระบบดิจิทัลกลางด้านการท่องเที่ยว

– เป้าหมาย : สร้าง Thailand Tourism Super Platform เนื่องจากนักท่องเที่ยวพฤติกรรมเปลี่ยนสู่ Digital-first และต้องการ Personalized Experience

– นโยบาย : Thailand Tourism Super App, National Tourism Data Platform, AI Demand Forecast / Crowd Management, Smart Visa & Digital ID และ Online Booking Platform By Thailand

โดยเป้าหมายผลลัพธ์ระดับประเทศ คือ “ด้านเศรษฐกิจ” รายจ่าย ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาใช้ในประเทศไทยเพิ่ม และกระจายรายได้สู่เมืองรอง “ด้านสังคม” ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และลด Over-tourism และ “ด้านสิ่งแวดล้อม” ลด Carbon Tourism Footprint และเพิ่ม Green Destination

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)