ราคาน้ำมันย่อตัวในตลาดเอเชียเช้านี้ หลังสหรัฐฯ ผ่อนคลายการซื้อน้ำมันรัสเซีย

ราคาน้ำมันปรับตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียในวันนี้ (13 มี.ค.) หลังสหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการต่อการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านอุปทานที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

ในช่วงเช้าวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 0.9% อยู่ที่ 99.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 0.8% แตะที่ 93.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันทั้งสองชนิดยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการผ่อนผันเป็นเวลา 30 วันในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) เพื่ออนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่ถูกส่งออกทางทะเลก่อนวันที่ 12 มี.ค. ได้

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน ท่ามกลางภาวะช็อกด้านอุปทานที่เกิดจากสงครามกับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการผ่อนผันบางส่วนสำหรับการซื้อน้ำมันรัสเซีย โดยอนุญาตให้อินเดียซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียได้

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกต่อไป เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งกับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย โดยสหรัฐฯ กำลังเตรียมปล่อยน้ำมันจำนวนมากจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อชดเชยผลกระทบด้านอุปทาน

นอกจากนี้ รายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่า ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กำลังวางแผนปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์กว่า 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งกับอิหร่าน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 มี.ค. 69)