ผู้ว่าแบงก์ชาติจีนชี้แจง จีนเกินดุลการค้าช่วยหนุนศก.โลก-สร้างเสถียรภาพการเงิน

พาน กงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้กล่าวปกป้องสถานะการเกินดุลการค้าของจีนในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม China Development Forum ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 มี.ค.) โดยคำชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การส่งออกของจีนยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปี 2569

ผู้ว่าการ PBOC กล่าวว่า เม็ดเงินจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสะสมของจีนนั้น ถูกจัดสรรไปยังภูมิภาคและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ผ่านการลงทุนในต่างประเทศของวิสาหกิจและธนาคารของจีน และเสริมว่า การเกินดุลดังกล่าวช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพทางการเงิน

คำชี้แจงของผู้ว่าการ PBOC มีขึ้นในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกมีความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมของตนเอง เนื่องจากปริมาณการส่งสินค้าของจีนพุ่งสูงขึ้นในขณะที่ภาคการบริโภคภายในประเทศของจีนเองยังคงล้าหลัง โดยในปี 2568 จีนทำสถิติเกินดุลการค้าสินค้าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และการส่งออกในช่วงสองเดือนแรกของปี 2569 พุ่งสูงขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ ผู้ว่าการ PBOC ยังได้กล่าวถึง “ปัจจัยที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ” หลายประการที่สร้างความเสียหายต่อสมดุลทางเศรษฐกิจของโลก ซึ่งรวมถึงการที่จีนต้องเร่งส่งออกสินค้าอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และมาตรการควบคุมการส่งออกที่ทำให้การคาดการณ์ของภาคธุรกิจและครัวเรือนบิดเบือนไปจากความเป็นจริง

นอกจากนี้ เขากล่าวว่า จีนมีการขาดดุลการค้าภาคบริการมากที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีการเกินดุลการค้าสินค้าสินค้ามากที่สุดก็ตาม

ตัวเลขเบื้องต้นที่เผยแพร่โดยรัฐบาลจีนแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 2.42 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินว่ามีสัดส่วนเท่ากับ 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

โกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงานคาดการณ์เมื่อเดือนก.พ.ว่า การเกินดุลของจีนจะอยู่ที่ 4.3% ของ GDP ในปี 2569 เมื่อเทียบกับระดับ 4.1% ในการคาดการณ์ครั้งก่อน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)