IEA ถกรัฐบาลหลายชาติ เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่ม หากจำเป็น

ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวในวันนี้ (23 มี.ค.) ว่ากำลังหารือเข้มกับรัฐบาลในเอเชียและยุโรปเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มเติม หากจำเป็น เพื่อรับมือวิกฤตสงครามในอิหร่าน

บิโรลระบุว่า หากจำเป็น “เราจะดำเนินการปล่อยน้ำมันอย่างแน่นอน” โดยจะพิจารณาสถานการณ์ วิเคราะห์ตลาด และหารือกับประเทศสมาชิก พร้อมเสริมว่า จะไม่มีระดับราคาน้ำมันดิบเฉพาะเจาะจงเป็นเกณฑ์สำหรับการปล่อยรอบต่อไป

บิโรลประเมินวิกฤตในตะวันออกกลางครั้งนี้ว่ารุนแรงมาก และรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันสองครั้งในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 รวมกับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนต่อก๊าซ โดยชี้ว่า วิธีแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. สมาชิกของ IEA ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

การระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA โดยมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565

ทั้งนี้ 32 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกของ IEA ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ชิลี สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)