ญี่ปุ่นเตรียมใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อจัดการเหล่านักเก็งกำไรในตลาด FX

อัตสึชิ มิมูระ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการระหว่างประเทศประจำกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ (23 มี.ค.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะใช้มาตรการทุกอย่างที่เป็นไปได้ หากจำเป็น เพื่อรับมือกับการเก็งกำไรในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการส่งคำเตือนครั้งใหม่ในขณะที่ค่าเงินเยนและราคาน้ำมันยังคงเผชิญกับแรงกดดัน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

มิมูระกล่าวว่า นักลงทุนในตลาดบางรายมองว่าการเก็งกำไรในสัญญาน้ำมันดิบกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศด้วย และเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของความเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชนแล้ว รัฐบาลจะใช้ทุกมาตรการที่เป็นไปได้ในทุกเวลา

มิมูระระบุว่า การเก็งกำไรในสัญญาน้ำมันดิบเป็นปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวของค่าเงินเมื่อไม่นานมานี้ โดยอ้างอิงจากมุมมองของตลาด ซึ่งราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ นั้น ส่วนใหญ่ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ หรือสูงกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.

นอกจากนี้ มิมูระยังกล่าวด้วยว่า ทางการญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการ “ในทุกด้าน” ซึ่งบ่งชี้ว่านอกเหนือจากค่าเงินแล้ว ญี่ปุ่นยังจับตาความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงสัญญาน้ำมันดิบ เช่นเดียวกับทางการสหรัฐฯ ที่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการเข้าแทรกแซงสัญญาน้ำมันดิบเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคา เนื่องจากสงครามอิหร่านได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างมาก แม้ว่าสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธแผนการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง 90% ด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคแห่งนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยกระทรวงเศรษฐกิจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดประวัติการณ์ที่ 190.8 เยนต่อลิตรในสัปดาห์ที่ผ่านมา

คำเตือนของมิมูระนับเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมที่จะพิจารณาใช้มาตรการต่าง ๆ เป็นวงกว้างเพื่อจัดการกับความผันผวนของค่าเงิน โดยนอกเหนือจากการเข้าแทรกแซงตลาดโดยตรงแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นยังได้ใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อจัดการกับการเก็งกำไร ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้รวมถึงการร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนหรือ Rate Checks และการประชุมร่วมกันสามฝ่ายระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), กระทรวงการคลัง และสำนักงานบริการทางการเงิน (FSA)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 มี.ค. 69)