
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในวันนี้ (24 มี.ค.) ว่า ญี่ปุ่นจะเริ่มปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐบาลในวันพฤหัสบดีนี้ (26 มี.ค.) ขณะที่ญี่ปุ่นมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว อันเนื่องมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่ยังคงยืดเยื้อ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า มาตรการล่าสุดซึ่งประกาศในระหว่างการประชุมสมาชิกคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการบรรเทาผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น เกิดขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองของภาคเอกชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทาคาอิจิยังกล่าวด้วยว่า คลังน้ำมันสำรองร่วมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางที่เก็บไว้ในญี่ปุ่น จะเริ่มถูกนำมาใช้ภายในสิ้นเดือนนี้
“สันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ” ทาคาอิจิกล่าว และเสริมว่า ญี่ปุ่นจะยังคงใช้ความพยายามทางการทูตทุกวิถีทางอย่างใกล้ชิดร่วมกับประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ทาคาอิจิเปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมกับผู้นำสหรัฐฯ ที่วอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (19 มี.ค.) เธอและประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยืนยันถึงความสำคัญของการรับประกันอุปทานพลังงานอย่างมีเสถียรภาพ ด้วยการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ก่อนที่จะมีการปล่อยน้ำมันร่วมซึ่งนำโดยทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ทาคาอิจิได้กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองของภาคเอกชนเพื่อการใช้งานในระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. ตามด้วยการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐบาลเพื่อการใช้งานเป็นเวลา 1 เดือน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มี.ค. 69)





