LPN เป้าปี 69 ยอดขายโต 10% ตุนBacklog 1.62 พันลบ.เปิด 3 โครงการใหม่ 4.5 พันลบ.เร่งลดหนี้บริหารสภาพคล่อง

นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ [LPN] กล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในปี 69 ที่ 8 พันล้านบาท เติบโต 10% จากปี 68 และวางเป้าหมายรายได้ในปี 69 ไว้ที่ 7.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 68 ราว 13% โดยที่บริษัทจะมีการทยอยาบรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) 1.62 พันล้านบาท ที่ทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วง 3 ปีนี้ (ปี 69-71)

สำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ LPN ในปี 69 จะเป็นปีแห่งการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการทางการเงิน ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การควบคุมต้นทุน และการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

โดยบริษัทได้บริหารแหล่งเงินทุนและกระแสเงินสดควบคู่กับการลดภาระหนี้ให้ลดลง โดยตั้งแต่ปี 66 บริษัทมีภาระหนี้เงินกู้อยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท และลดลงต่อเนื่องจนปี 68 อยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่มีดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 0.86 เท่า และปี 69 ตั้งเป้าหมายการลดภาระหนี้ให้ต่ำกว่า 9 พันล้านบาท และรักษาระดับอัตราส่วนภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย (IBD/E) ให้ได้ต่ำกว่า 0.80 เท่า เพื่อบริหารสภาพคล่อง สามารถรองรับความเสี่ยง และยังมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

ขณะเดียวกันยังมองถึงการเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินเดิมมาพัฒนาเพื่อให้เกิดรายได้ และการบริหารจัดการตลาดเช่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน LPN มีพอร์ตสำหรับปล่อยเช่ามากกว่า 2,000 ยูนิต อัตราการเช่า (OCC) สูงเกือบ 100% ซึ่งนับเป็นจุดแข็งที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่องค์กร พร้อมกับการขยายฐานลูกค้า และเร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านช่องทางการขายที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตัวแทนขาย หรือการขายผ่านระบบ Investor Program ซึ่งเป็นการนำเสนอขายห้องชุดพร้อมผู้เช่า พร้อมให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนทันทีตั้งแต่วันโอนซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนและผู้ที่มองหาการเช่าที่อยู่อาศัย ถือเป็นการสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง

นอกจากนี้ในส่วนของธุรกิจหลักแม้ว่าภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 69 จะยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ก็ยังมีโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่เพื่อเข้ามาสนับสนุนยอดขาย และรายได้ให้กับบริษัท โดยวางแผนเปิด 3 โครงการใหม่ ในปี 69 มูลค่ารวม 4.5 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการกว่า 1.35 พันล้านบาท, โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลถนนเพชรเกษม มูลค่า 1.4 พันล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/69 และโครงการคอนโดมิเนียม High Rise พัฒนาภายใต้แนวคิด “Well-being” บนทำเลย่านรามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 1.75 พันล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/69

“แม้ว่าธุรกิจอสังหาฯในปี 69 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเติบโต แต่เป็นปีของการสร้างรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่งที่สุด LPN จึงเลือกเพิ่มโมเดลธุรกิจที่นอกเหนือจากการขายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นด้วย ทั้งจากการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย เพื่อให้ธุรกิจมีความสามารถในการเติบโตได้ในทุกสภาวะของตลาด” นางสาวดารณี กล่าว

ส่วนธุรกิจในเครือ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ถือว่ามีการเติบโตที่โดดเด่น และมีความได้เปรียบในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการให้บริการหลังการขายมาตลอด ตั้งแต่ระบบวิศวกรรม การซ่อมแซมอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัย และแม่บ้าน เป็นต้น จนได้รับการยอมรับจากลูกค้าในด้านคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี ก่อให้เกิดเป็นความไว้วางใจต่อแบรนด์ LPN ในการเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร ซึ่งต่อยอดเป็นรายได้ประจำของกลุ่มธุรกิจ สะท้อนถึงการปรับตัวเชิงรุกขององค์กรในทุกด้านที่ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งของแกนหลักทางธุรกิจ ด้วยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การบริการ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ทำใหิบริษยังเชื่อว่า LPP จะได้รับการตอบรับที่ดีจากความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการคุณภาพมาแล้วกว่า 36 ปี จำนวน 145 โครงการ

ทั้งนี้ ในส่วนของหุ้นกู้บริษัทยังคงมีการเดินหน้าชำระคืนตามกำหนด โดยเดือนม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้จ่ายคืนหุ้นกู้ครบกำหนดเต็มจำนวนไปแล้ว 682 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดอายุในปี 70 อีกครั้ง แต่การออกหุ้นกู้ใหม่ยังคงแผนจะออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในช่วงไตรมาส 2/69 เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ของบริษัท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)