
รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มนำน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐออกมาใช้ในวันนี้ (26 มี.ค.) เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านปริมาณน้ำมัน ท่ามกลางสงครามระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับฝ่ายอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งนับเป็นการนำน้ำมันสำรองของประเทศออกมาใช้ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การระบายน้ำมันครั้งนี้มีปริมาณราว 8.5 ล้านกิโลลิตร หรือเทียบเท่าปริมาณความต้องการใช้ในประเทศ 30 วัน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเม.ย. หลังจากที่ภาคเอกชนได้นำน้ำมันสำรองสำหรับ 15 วันออกมาใช้ก่อนแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ญี่ปุ่นเริ่มกังวลมากขึ้นว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าจากตะวันออกกลางถึงกว่า 90% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ขณะที่รัฐบาลเตหะรานได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
เพื่อรับมือกับปัญหาพลังงานขาดแคลนดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงตัดสินใจระบายน้ำมันรวมประมาณ 80 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่าปริมาณการใช้ในประเทศ 45 วัน ซึ่งมากกว่าตอนที่นำน้ำมันออกมาใช้ครั้งใหญ่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อปี 2554 ถึง 1.8 เท่า
การนำน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐบาลซึ่งกระจายอยู่ 11 แห่งทั่วประเทศออกมาใช้นั้น เริ่มต้นที่คลังคิกุมะ ในจังหวัดเอฮิเมะทางตะวันตกของประเทศ โดยส่งผ่านท่อไปยังโรงกลั่นของบริษัท ไทโย ออยล์ (Taiyo Oil Co.) ที่อยู่ใกล้เคียง
นอกจากนี้ จะมีการทยอยนำน้ำมันจากคลังอีก 8 แห่งออกมาใช้ภายในสิ้นเดือนนี้ รวมถึงคลังชิราฮิมะ ในเมืองคิตะกีวชู จังหวัดฟูกูโอกะ และจะนำออกมาเพิ่มจากคลังในจังหวัดนางาซากิและคาโงชิมะในช่วงต้นเดือนเม.ย.
น้ำมันที่นำออกมาส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบสำหรับนำไปกลั่นเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล โดยจะขายให้ผู้ค้าส่ง 4 ราย รวมถึงบริษัท ไทโย ออยล์ และ เอเนออส (Eneos Corp.) รวมมูลค่าประมาณ 5.4 แสนล้านเยน (ราว 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
นอกเหนือจากคลังสำรองของรัฐบาลและภาคเอกชนแล้ว ญี่ปุ่นยังเตรียมนำน้ำมันที่จัดเก็บร่วมกับ 3 ประเทศผู้ผลิตจากตะวันออกกลางออกมาใช้เป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยกำหนดปริมาณไว้เทียบเท่าการใช้งาน 5 วัน
ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้นราว 470 ล้านบาร์เรล เทียบเท่าปริมาณความต้องการใช้ในประเทศ 254 วัน แบ่งเป็นคลังสำรองของรัฐ 146 วัน คลังสำรองของภาคเอกชน 101 วัน และส่วนที่เหลือเป็นการจัดเก็บร่วมกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในญี่ปุ่นเมื่อช่วงกลางเดือนมี.ค. พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 190.80 เยนต่อลิตร (ประมาณ 39.20 บาทต่อลิตร) ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาใช้มาตรการอุดหนุนราคาเพื่อดึงราคาน้ำมันลง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมายังญี่ปุ่นลดลงอย่างฮวบฮาบ ภาคอุตสาหกรรมเคมีก็กำลังประสบปัญหาในการจัดหาแนฟทา (naphtha) ซึ่งเป็นของเหลวที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ และเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอทิลีนสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์ด้วยเช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





