
สมาคมผู้ประกอบการค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (BRC) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (26 มี.ค.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอังกฤษที่ต่อสถานะการเงินส่วนบุคคลและภาวะเศรษฐกิจ ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
BRC ระบุว่า มุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า ลดลงสู่ระดับ -53 ในเดือนมี.ค. จากระดับ -30 ในเดือนก.พ. ขณะที่มุมมองที่มีต่อแนวโน้มสถานะการเงินส่วนบุคคลร่วงลงสู่ระดับ -17 จากระดับ -6 ซึ่งตัวเลขทั้งสองถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567
รายงานของ BRC ระบุว่า สินค้ากลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้าหลักที่ภาคครัวเรือนอาจจะใช้จ่ายเพิ่มในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้บริโภคจะเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นในระบบเศรษฐกิจ
เลน ดิกคินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BRC กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้เกิดความกังวลว่าเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยความเชื่อมั่นของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ปรับตัวลงอย่างมีสำคัญ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาเงินลงทุนและกองทุนบำนาญมากที่สุด
ข้อมูลดังกล่าวได้จากการสำรวจประชากรวัยผู้ใหญ่จำนวน 2,000 คนในระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค.
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือน และยังมีผลกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ”
นอกจากนี้ BoE ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ ผ่านผลกระทบทางอ้อมในการกำหนดค่าจ้างและราคา ซึ่งความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นหากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





