
ห่า เหงียน แมคนีล รักษาการผู้บริหารสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) เผยว่า ระยะเวลารอคิวที่จุดตรวจความปลอดภัยในสนามบินสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี โดยบางแห่งใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ท่ามกลางภาวะชัตดาวน์ของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ที่ยืดเยื้อ
แมคนีลชี้แจงต่อคณะกรรมการความมั่นคงมาตุภูมิของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธ (25 มี.ค.) ว่า สนามบินหลักหลายแห่งมีอัตราการขาดงานของเจ้าหน้าที่ TSA อยู่ที่ 40-50% พร้อมระบุว่า ระดับความปั่นป่วนเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและไม่อาจยอมรับได้ อีกทั้งบ่อนทำลายความปลอดภัยของระบบขนส่งในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
แมคนีลเสริมว่า เจ้าหน้าที่หลายคนประสบปัญหาค่าใช้จ่ายพื้นฐาน บางรายไม่สามารถชำระค่าสาธารณูปโภคและถูกตัดบริการ ขณะที่บางคนได้รับหนังสือแจ้งให้ย้ายออก ต้องนอนในรถ หรือขายเลือดและพลาสมาเพื่อหารายได้ โดยนับตั้งแต่เริ่มชัตดาวน์กลางเดือนก.พ. มีเจ้าหน้าที่ TSA ลาออกแล้วกว่า 480 คน
ขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างโทษกันไปมาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่สนามบินหลักยังเผชิญคิวยาวหลายชั่วโมงจากการขาดแคลนบุคลากร
ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ โพสต์ผ่านเอ็กซ์ว่า วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันได้ขัดขวางการจัดสรรงบประมาณ TSA ถึง 9 ครั้ง และเป็นผู้รับผิดชอบต่อความโกลาหลที่ผู้โดยสารกำลังเผชิญ
ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ปฏิรูปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ภายหลังเหตุยิงชาวอเมริกันเสียชีวิต 2 รายโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่เมืองมินนิอาโปลิสเมื่อเดือนม.ค. ขณะที่พรรครีพับลิกันปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันและทำให้งบประมาณ DHS สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 ก.พ.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





