อิหร่านกร้าวยันมีสิทธิ์คุมช่องแคบฮอร์มุซโดยชอบธรรม-จี้ UN เอาผิดสหรัฐฯ-อิสราเอล

ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ว่า ในฐานะรัฐชายฝั่ง อิหร่านมีสิทธิทางกฎหมายในการสกัดกั้นไม่ให้เรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร หรือเรือที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศเหล่านี้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุผ่านแถลงการณ์ในวันนี้ (27 มี.ค.) ว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่อารักชีแลกเปลี่ยนมุมมองกับอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับผลกระทบด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อารักชีได้สรุปสถานการณ์ล่าสุดของความขัดแย้งและ “อาชญากรรม” ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลก่อขึ้น ให้กูเตอร์เรสรับทราบ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของอิหร่านในการเดินหน้าปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ อารักชียังได้ประณามการโจมตีอันโหดเหี้ยมของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายพลเรือน ซึ่งรวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล สิ่งปลูกสร้างทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ พื้นที่สาธารณะ และเขตที่พักอาศัย โดยเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของ UN ในการดำเนินการต่อการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง รวมถึงสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่กระทำโดย “กลุ่มผู้รุกราน”

อารักชียังวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนและข้อเรียกร้องฝ่ายเดียวจากบางฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านใช้ความอดกลั้นและยุติสงคราม โดยย้ำว่า “ทุกฝ่ายต้องไม่มองข้ามข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอล เป็นฝ่ายเริ่มการรุกรานทางทหารต่ออิหร่าน และยัดเยียดสงครามให้แก่ภูมิภาคและโลก ด้วยการทรยศต่อแนวทางทางการทูตซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงทำลายความมั่นคงและผลประโยชน์ของทุกประเทศในภูมิภาค”

อารักชีระบุว่า ความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายและการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอล และชี้ว่า การสกัดกั้นไม่ให้เรือที่เป็นของหรือมีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรสัญจรผ่านช่องแคบแห่งนี้ ถือเป็นสิทธิทางกฎหมายของอิหร่านในฐานะรัฐชายฝั่ง

อารักชีกล่าวว่า ขณะที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของการเดินเรือในน่านน้ำแห่งนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของอิหร่านก็ได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นตามความเหมาะสมแล้ว

ขณะเดียวกัน อารักชีได้เรียกร้องให้ UN ปกป้องสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ด้วยการประณามกลุ่มผู้รุกรานและกำหนดให้ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

ด้านกูเตอร์เรสได้ย้ำถึงจุดยืนเชิงหลักการของ UN ว่าด้วยความจำเป็นในการเคารพอธิปไตยแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้งแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)