
ตลาดโดรนทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 จากแรงหนุนของการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กับอากาศยานไร้คนขับ หรือแนวคิดที่เรียกว่า Physical AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมกลาโหม
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมเริ่มย้ายจุดศูนย์กลางจากการผลิตฮาร์ดแวร์แบบดั้งเดิม ไปสู่การประมวลผล ศูนย์ข้อมูล และซอฟต์แวร์มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทกลาโหมมีบทบาทใกล้เคียงกับบริษัทเทคโนโลยี
แม้โดรนแบบใช้งานครั้งเดียวจะมีต้นทุนต่อหน่วยไม่สูง โดยมักต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ แต่การนำไปใช้งานในรูปแบบฝูงโดรนอัตโนมัติในระดับใหญ่ จำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่ซับซ้อน ซึ่งกำลังเปิดโอกาสใหม่ด้านการลงทุนขนาดใหญ่
นักวิเคราะห์ของ Barclays ระบุว่า มูลค่าตลาดโดรนเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2563 เป็นมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
เมื่อโดรนกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของภาคเทคโนโลยี รองจากยานยนต์ไร้คนขับ ปัจจัยจำกัดในการขยายการใช้งานจึงเปลี่ยนจากงบประมาณกลาโหม ไปสู่การลงทุนด้าน AI ความพร้อมของพลังงาน และการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ
ในระยะยาว แนวคิด Physical AI มีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เนื่องจากลดการพึ่งพาบุคลากรในพื้นที่เสี่ยง แต่ในระยะสั้น ต้นทุนจำนวนมากจะถูกย้ายไปอยู่ในซอฟต์แวร์และระบบตัดสินใจอัตโนมัติ
การเปลี่ยนจากฮาร์ดแวร์ไปสู่การประมวลผล ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าไปยังบริษัทที่สามารถผสานเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ากับ AI แบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน การแข่งขันในการพัฒนาและใช้งานฝูงโดรนอัตโนมัติกำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูงสามารถสร้างความได้เปรียบทางยุทธวิธีเหนือระบบแบบดั้งเดิม
นักลงทุนยังจับตาปัจจัยคอขวดด้านพลังงานและแร่ธาตุอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล AI และความต้องการชิ้นส่วนเฉพาะทาง อาจเป็นตัวกำหนดความเร็วของการพัฒนาในช่วงทศวรรษหน้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มี.ค. 69)





