NASA เตรียมส่งมนุษย์กลับไปเยือนดวงจันทร์ 1 เม.ย.นี้ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เตรียมส่งนักบินอวกาศชุดแรกเดินทางสู่ดวงจันทร์ในรอบ 53 ปี ในภารกิจ Artemis II ซึ่งถือเป็นเที่ยวบินทดสอบครั้งสำคัญสำหรับเป้าหมายการสำรวจอวกาศระยะยาวของมนุษยชาติ ขณะที่สหรัฐฯ กำลังเร่งทวงคืนความเป็นผู้นำด้านอวกาศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงกับจีน

ในวันพุธนี้ (1 เม.ย.) นักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 คน และชาวแคนาดา 1 คน มีกำหนดออกเดินทางด้วยยาน “โอไรออน” (Orion) ที่ขับเคลื่อนด้วยจรวด “สเปซลอนช์ซิสเต็ม” (Space Launch System) หรือ SLS ของ NASA เพื่อเริ่มภารกิจทดสอบนาน 10 วัน โดยยานจะเดินทางโฉบอ้อมดวงจันทร์ก่อนกลับสู่โลก ซึ่งเส้นทางอันคดเคี้ยวนี้จะพามนุษย์ทะลวงลึกเข้าไปในห้วงอวกาศยิ่งกว่าที่เคยมีมา

ภารกิจนี้เป็นเที่ยวบินทดสอบแบบมีลูกเรือครั้งแรกของโครงการอาร์เทมิส ซึ่งเป็นโครงการระดับเรือธงของสหรัฐฯ ที่มุ่งเปิดเส้นทางบินสู่ดวงจันทร์เป็นประจำ โดยใช้งบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 2555 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 (Apollo 17) สิ้นสุดลงในปี 2515 ก็ยังไม่มีมนุษย์คนใดได้เหยียบผิวดวงจันทร์อีกเลย นาซาจึงตั้งเป้าที่จะทำภารกิจสุดท้าทายนี้ให้สำเร็จอีกครั้งในปี 2571 บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ซึ่งมีภูมิประเทศขรุขระ

สหรัฐฯ เป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่เคยส่งมนุษย์ไปลงจอดบนเทหวัตถุนอกโลกได้สำเร็จ ผ่านโครงการอะพอลโลถึง 6 ครั้ง ซึ่งในยุคนั้นมีแรงขับเคลื่อนจากการแข่งขันกับอดีตสหภาพโซเวียต

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังทางการสหรัฐฯ หันมาจับตาจีนในฐานะคู่แข่งทางเทคโนโลยีที่น่าเกรงขาม เนื่องจากจีนมีความก้าวหน้าในโครงการสำรวจดวงจันทร์ของตนเองอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งการส่งยานสำรวจไร้คนขับไปลงจอดหลายครั้ง และการตั้งเป้าส่งนักบินอวกาศของตนไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2573

คริสตินา คุก นักบินอวกาศของนาซาและผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ Artemis II กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 มี.ค.) ว่า ดวงจันทร์เปรียบเสมือน “แผ่นบันทึกหลักฐาน” การก่อกำเนิดระบบสุริยะ และเป็นบันไดก้าวสำคัญสู่ดาวอังคาร “ซึ่งเป็นดาวที่เรามีโอกาสมากที่สุดในการค้นพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต”

“หลายประเทศตระหนักดีถึงคุณค่าของการสำรวจระบบสุริยะให้ไกลออกไป ทั้งที่ดวงจันทร์และต่อยอดไปถึงดาวอังคาร นอกจากผลประโยชน์มหาศาลที่เป็นรูปธรรมแล้ว เรายังมีโอกาสตอบคำถามที่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ นั่นคือ เราโดดเดี่ยวในจักรวาลหรือไม่” คุกกล่าวกับผู้สื่อข่าว “การหาคำตอบนั้นเริ่มต้นที่ดวงจันทร์ คำถามไม่ใช่ว่าเราควรไปหรือไม่ แต่คือเราจะเป็นผู้นำหรือผู้ตามต่างหาก”

สหรัฐฯ หวังใช้ภารกิจอาร์เทมิสที่มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วงทศวรรษหน้า เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้ประเทศอื่น ๆ ในการปฏิบัติการและอยู่ร่วมกันบนดวงจันทร์ ซึ่งในอนาคต ประเทศและองค์กรเอกชนอาจสามารถดึงทรัพยากรบนดวงจันทร์มาใช้ประโยชน์ และใช้เป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับภารกิจบนดาวอังคารที่ยากลำบากยิ่งกว่า

สำหรับลูกเรือคนอื่น ๆ ในภารกิจนี้ ได้แก่ วิกเตอร์ โกลเวอร์ และ รีด ไวส์แมน สองนักบินอวกาศจาก NASA รวมถึง เจเรมี แฮนเซน ซึ่งจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศชาวแคนาดาคนแรกที่เดินทางไปถึงวงโคจรของดวงจันทร์

NASA อาศัยความร่วมมือจากหลายบริษัทในโครงการสำรวจดวงจันทร์ โดยหวังกระตุ้นให้เกิดตลาดการพาณิชย์บนดวงจันทร์ในอนาคต ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นตลาดที่ยังยากจะประเมินมูลค่าในขณะนี้

บริษัทโบอิ้ง (Boeing) และนอร์ธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) เป็นแกนนำหลักในการสร้างจรวด SLS ขณะที่ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เป็นผู้สร้างยานโอไรออนให้ NASA ด้านสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และบลูออริจิน (Blue Origin) กำลังพัฒนายานลงจอดของตนเองด้วยเงินทุนสนับสนุนจาก NASA แต่ภายใต้สัญญาที่อนุญาตให้บริษัทสามารถนำเสนอยานดังกล่าวแก่ลูกค้ารายอื่นได้เช่นกัน

ภารกิจ Artemis II จะเป็นบททดสอบยานโอไรออนและจรวด SLS ที่ท้าทายยิ่งขึ้น หลังจากที่ NASA เคยทำภารกิจแบบไร้ลูกเรือในลักษณะเดียวกันนี้สำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2565 โดยนักบินอวกาศชุดนี้จะทดสอบระบบยังชีพที่สำคัญ ระบบการควบคุมของลูกเรือ ระบบนำทาง และระบบสื่อสาร

NASA มีกำหนดปล่อยยานในวันที่ 1 เม.ย. แต่หากสภาพอากาศในฟลอริดาไม่เอื้ออำนวย หรือพบปัญหาทางเทคนิคเฉพาะหน้า อาจเลื่อนการปล่อยยานออกไปได้จนถึงวันที่ 6 เม.ย. หากพลาดช่วงเวลาดังกล่าว กำหนดการปล่อยยานรอบถัดไป (ซึ่งคำนวณจากกลศาสตร์วงโคจรระหว่างโลกกับดวงจันทร์) จะเปิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 30 เม.ย.

สำหรับภารกิจ Artemis III ซึ่งวางแผนไว้ในปี 2570 จะเป็นการส่งยานโอไรออนไปเทียบท่าในวงโคจรของโลก ร่วมกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ 2 ลำของ NASA ได้แก่ ยานบลูมูน (Blue Moon) ของบลูออริจิน (บริษัทของเจฟฟ์ เบซอส) และยานสตาร์ชิป (Starship) ของสเปซเอ็กซ์ (บริษัทของอีลอน มัสก์) เพื่อทดสอบการรับส่งนักบินอวกาศก่อนเดินทางสู่พื้นผิวดวงจันทร์

จาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารคนใหม่ของนาซา ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีและนักบินอวกาศเอกชน เป็นผู้เพิ่มภารกิจ Artemis III เข้ามาในโครงการเมื่อเดือนก.พ. การเข้ามาปรับรื้อเป้าหมายโครงการขนานใหญ่ของเขา ส่งผลให้ภารกิจส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งแรกของโครงการต้องเลื่อนออกไปอยู่ในภารกิจ Artemis IV แทน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)