
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ [SJWD] กล่าวว่า จากแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน และนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ เริ่มนำรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) 10 คัน มาให้บริการขนส่งสินค้าเมื่อเดือนธันวาคม 2566 เน้นการขนส่งภายในท่าเรือแหลมฉบังและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจหลักของประเทศ
โครงการนำร่องดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดปี 2567 ได้ 300.59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดต้นทุนพลังงานได้ 50.64% เมื่อเทียบกับการใช้รถหัวลากที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง สะท้อนว่าการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนสามารถสร้างความคุ้มค่าและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันไปพร้อมกัน
ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับมอบรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 อีก 20 คัน จึงทำให้มีหัวลากไฟฟ้าสำหรับใช้งานทั้งสิ้น 30 คัน โดยชุดที่ 2 เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เชื่อว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอีก 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 มีจุดเด่นคือ ขนส่งได้ระยะทางไกลขึ้น (Long Range) เนื่องจากแบตเตอรี่มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จึงเพิ่มศักยภาพการขยายเส้นทางขนส่งสีเขียว (Green Logistics Route) ไปยังกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลยิ่งขึ้นได้ ทำให้บริการมีความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม
นายสุจิตร์ ปั้นวงศ์ไพบูลย์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด (TTTC) กล่าวว่า บริษัทฯ เป็น Strategic Partner กับ SCGJWD โดยส่วนความร่วมมือในเฟส 2 นี้ บริษัทได้จัดหารถหัวลากไฟฟ้าล็อตใหม่ ผสานการทำงานร่วมกับ บมจ.เน็กซ์ พอยท์ [NEX] ผลักดันการนำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ ส่งมอบ และบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโซลูชันที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน อาทิ การจัดหาเงินทุน, ระบบบริหารฟลีทและพลังงาน, บริการแบตเตอรี่ ฯลฯ เพื่อสนับสนุน SJWD บรรลุเป้าหมายด้าน Green Logistics อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ [EA] กรรมการบริษัท และ กรรมการบริหาร NEX กล่าวว่า บริษัทจำหน่ายหัวลากไฟฟ้าเฟส 2 ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย นับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจกำลังเร่งปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ราคาพลังงานที่ยังสูง และแรงกดดันจากกติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับ Green Logistics Solutions มากขึ้น ไม่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน แต่ยังเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับภาคขนส่งและโลจิสติกส์ การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านพลังงาน แต่เป็นการยกระดับระบบขนส่งไปสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพ สะอาด และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในด้านการลดต้นทุนพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดมลพิษทางอากาศ และการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้าน ESG ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบัน การส่งมอบรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ให้แก่ SJWD ในครั้งนี้จึงสะท้อนความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างพันธมิตรธุรกิจในการผลักดันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในภาคโลจิสติกส์ไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)





