สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) แถลงในวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่า เหตุโจมตีโบสถ์ชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในรัฐมิชิแกนเมื่อช่วงต้นเดือน มีลักษณะเป็น “การก่อการร้าย” ที่ได้รับแรงจูงใจจากกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์
เจนนิเฟอร์ รันยาน หัวหน้าสำนักงาน FBI สาขาดีทรอยต์ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือ อัยมัน ฆอซาลี ชายวัย 41 ปี ซึ่งเกิดในเลบานอนและได้สัญชาติอเมริกันเมื่อปี 2559 โดยเขาลงมือก่อเหตุเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ด้วยการขับรถบรรทุกพุ่งชนโบสถ์ชาวยิว “เทมเพิล ออฟ อิสราเอล” (Temple of Israel) ก่อนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และจุดพลุดอกไม้ไฟจนเกิดระเบิดขึ้น ก่อนปลิดชีพตนเอง
เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเพิ่มเติม แม้ว่าขณะเกิดเหตุมีเด็ก ๆ กำลังเรียนอยู่ในศูนย์เด็กเล็กของโบสถ์ก็ตาม
จากการสืบสวนประวัติและพฤติกรรมก่อนก่อเหตุ รันยานระบุว่า ฆอซาลีมีพฤติกรรมฝักใฝ่อุดมการณ์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยหนึ่งวันก่อนลงมือ เขาเริ่มแชร์ภาพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเดือนก.พ.) ลงบนโซเชียลมีเดีย จากนั้นในวันเกิดเหตุ ขณะนั่งรออยู่ในลานจอดรถของโบสถ์ เขาได้ส่งข้อความหาน้องสาว (หรือพี่สาว) เพื่อบอกกล่าวว่าตนกำลังจะ “ก่อการร้ายสังหารหมู่”
อย่างไรก็ตาม FBI ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชายผู้นี้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์หรือไม่ และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิด
ทั้งนี้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนที่ก่อตั้งขึ้นโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เมื่อปี 2525 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีทั้งสองกลุ่มนี้เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ
อนึ่ง เหตุโจมตีในมิชิแกนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเพิ่งเปิดฉากสงครามกับอิหร่านไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก FBI ยังชี้ให้เห็นว่า กระแสความเกลียดชังและเหตุประทุษร้ายต่อชาวยิวในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2567 เป็นต้นมา คดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังทางศาสนากว่า 5,300 คดีทั่วประเทศ เป็นคดีที่มุ่งเป้าโจมตีชาวยิวไปแล้วถึงเกือบ 2 ใน 3
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)





