สื่อแฉสหรัฐฯ ถล่มโรงยิม-โรงเรียนอิหร่านด้วยขีปนาวุธที่ยังไม่เคยใช้รบจริงมาก่อน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (NYT) เปิดเผยในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) ว่า จากการวิเคราะห์คลิปวิดีโอโดยทีมข่าวของ NYT และผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ พบว่า สหรัฐอเมริกาได้โจมตีโรงยิมและโรงเรียนในเมืองลาเมิร์ดทางตอนใต้ของอิหร่านด้วยขีปนาวุธที่ยังไม่เคยใช้ในการรบจริงมาก่อน

การโจมตีในเมืองลาเมิร์ดส่งผลให้นักวอลเลย์บอลหญิงที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในโรงยิมเสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการโจมตีระลอกแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. วันเดียวกับที่โรงเรียนประถมหญิงในเมืองมินาบถูกถล่มด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 175 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก

NYT ได้ตรวจสอบวิดีโอการโจมตีสองครั้งในเมืองลาเมิร์ด รวมถึงภาพเหตุการณ์หลังการโจมตี โดยทีมข่าวของ NYT และผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธพบว่า ลักษณะของอาวุธ การระเบิด และความเสียหายนั้น สอดคล้องกับขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่เรียกว่า Precision Strike Missile หรือ PrSM (ออกเสียงว่า “ปริซึม”) ซึ่งออกแบบมาให้ระเบิดเหนือเป้าหมายและมีเม็ดกระสุนทังสเตนขนาดเล็กกระจายออกมา โดยขีปนาวุธชนิดนี้เพิ่งทดสอบต้นแบบเสร็จสิ้นเมื่อปีที่แล้ว จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

วิดีโอที่บันทึกภาพการโจมตีครั้งหนึ่งในพื้นที่อยู่อาศัย ห่างจากโรงยิมและโรงเรียนประมาณ 900 ฟุต แสดงให้เห็นขีปนาวุธขณะลอยอยู่ในอากาศ โดยมีรูปทรงที่โดดเด่นซึ่งตรงกับขีปนาวุธ PrSM และขีปนาวุธดังกล่าวระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่กลางอากาศ

อีกคลิปวิดีโอหนึ่ง ซึ่งถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงข้ามโรงยิม แสดงให้เห็นการโจมตีโรงยิมและโรงเรียนที่อยู่ติดกัน แม้ว่าวิดีโอจะไม่แสดงภาพขีปนาวุธที่กำลังพุ่งเข้ามา แต่ก็เผยให้เห็นการระเบิดอย่างชัดเจนเหนืออาคาร นอกจากนี้ ภาพถ่ายหลังเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่า ทั้งโรงยิมและโรงเรียนเต็มไปด้วยรู ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากเม็ดกระสุนทังสเตน

โรงยิมและโรงเรียนที่ถูกโจมตีตั้งอยู่ติดกับฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โดยภาพถ่ายดาวเทียมในอดีตแสดงให้เห็นว่าโรงยิมและโรงเรียนมีกำแพงกั้นแยกจากฐานที่มั่นของ IRGC มานานอย่างน้อย 15 ปีแล้ว และถูกระบุว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างของพลเรือนในบริการแผนที่ออนไลน์ยอดนิยมต่าง ๆ รวมถึง Google Maps และ Apple Maps

NYT ระบุว่า เนื่องจากขีปนาวุธ PrSM เป็นของใหม่ จึงยากที่จะประเมินว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นความจงใจ หรือเกิดจากความบกพร่องในการออกแบบหรือข้อมูลข่าวกรองผิดพลาด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)