
สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยในวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า เงินเฟ้อฝรั่งเศสเร่งตัวขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2567 เนื่องจากสงครามในอิหร่านส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันให้กับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในการคุมเข้มนโยบายการเงิน
รายงานระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของฝรั่งเศสพุ่งขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมี.ค. หลังปรับขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งสอดคล้องกับค่ากลางที่นักวิเคราะห์จากผลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้
ราคาพลังงานกลับมาพุ่งทะยานขึ้น 7.3% หลังจากที่ปรับตัวลงมานานกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยว่า แรงกดดันดังกล่าวกำลังลามไปยังภาคส่วนอื่นอย่างรวดเร็ว โดยเงินเฟ้อในภาคบริการขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 1.7% ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคภาคอุตสาหกรรมลดลง 0.6% เมื่อเทียบรายปี
ทั้งนี้ การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ประกอบกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะทำลายแหล่งพลังงานของอิหร่าน ส่งผลให้ระดับเงินเฟ้อทั่วโลกขยับสูงขึ้น และความกังวลต่อวิกฤตราคาของแพงกำลังเพิ่มมากขึ้น
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ให้คำมั่นที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วหากจำเป็น แม้เจ้าหน้าที่ระบุว่า ฝ่ายนโยบายจะยังไม่รีบร้อนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ขณะที่นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งภายในสิ้นปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มดำเนินการเร็วที่สุดในการประชุมเดือนเม.ย.นี้
ฟรองซัวส์ วิลเลอรัว เดอ กัลโอ ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่า แม้ ECB พร้อมจะดำเนินการ แต่การถกเถียงเรื่องกรอบเวลาที่ชัดเจนในขณะนี้นั้นถือว่ายังเร็วเกินไปอย่างมาก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)





