
สำนักข่าวเอเอ็นไอ (ANI) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตกเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีคลิปวิดีโอหลุดจากงานเลี้ยงในทำเนียบขาว เผยให้เห็นผู้นำสหรัฐฯ คุยโวถึงผลงานของตนเองอย่างโอ่อ่าจนถึงขั้นอ้างว่ามีคนเรียกเขาว่า “กษัตริย์” พร้อมทั้งพูดจาแขวะประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ก่อนที่เขาจะมีกำหนดแถลงการณ์ระดับชาติเรื่องอิหร่านในช่วงไพรม์ไทม์
เมื่อพูดถึงกำหนดการแถลงข่าวทั่วประเทศในวันพุธ (1 เม.ย.) เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือเช้านี้ตามเวลาประเทศไทย ปธน.ทรัมป์เผยว่าเตรียมแถลงความคืบหน้าของปฏิบัติการเอปิกฟิวรี (Operation Epic Fury) ต่อประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเกริ่นนำว่า “คืนนี้ตอนสามทุ่ม ผมจะพูดอะไรสักหน่อย และหลัก ๆ ก็คือผมจะบอกทุกคนว่าผมเก่งแค่ไหน”
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงผลงานที่ผ่านมาในทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์เอ่ยปากชมตัวเองว่า “ผมทำผลงานได้สุดยอดมาก” นอกจากนี้ยังพูดถึงสารพัดฉายาที่กลุ่มผู้สนับสนุนและนักวิจารณ์ตั้งให้ โดยเฉพาะฉายา “กษัตริย์” ซึ่งเขาหยิบยกมาพูดติดตลกแกมประชดประชันถึงอุปสรรคในการบริหารงาน
“ตอนนี้ใคร ๆ ก็เรียกผมว่ากษัตริย์ เชื่อไหมล่ะ” ปธน.ทรัมป์กล่าว ก่อนจะพูดติดตลกว่า “ผมเป็นกษัตริย์ประสาอะไรถึงขอสร้างห้องบอลรูมไม่ได้” ซึ่งเป็นการพาดพิงถึงกรณีที่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับการก่อสร้างโถงจัดเลี้ยงมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ในทำเนียบขาวไปก่อนหน้านี้
ปธน.ทรัมป์ยังเปรยด้วยว่า อำนาจของเขายังคงมีข้อจำกัดที่เขาอยากให้ปลดล็อกเสียที โดยย้ำว่า “ผมคงทำอะไรได้มากกว่านี้เยอะ ถ้าเป็นกษัตริย์จริง ๆ”
ฝีปากกล้าในการวิจารณ์ประเด็นระดับโลกของปธน.ทรัมป์ยังปรากฏให้เห็นในคลิปไวรัลดังกล่าว เมื่อเขาวิจารณ์เรื่องส่วนตัวของผู้นำฝรั่งเศสอย่างตรงไปตรงมาว่า “มาครงเนี่ย ภรรยาทำตัวแย่กับเขามาก ๆ” ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพูดติดตลกถึงภาพลักษณ์ของปธน.มาครงด้วยว่า “ป่านนี้เขายังไม่หายระบมจากโดนฮุกขวาเข้าปลายคางเลย!”
นอกจากนี้ ยังมีช่วงที่ปธน.ทรัมป์เล่าติดตลกถึงบทสนทนาเรื่องการขอความช่วยเหลือทางทหารในอ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างว่า เขาขอให้ “เอ็มมานูเอล” รีบส่งเรือรบมาช่วย “ถล่มพวกคนเลวและสกัดขีปนาวุธ” แต่มาครงกลับปฏิเสธ ซึ่งทรัมป์เลียนแบบเสียงผู้นำฝรั่งเศสว่า “ไม่ ๆ ๆ… เราจะทำแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อชนะสงครามแล้ว”
ปธน.ทรัมป์ยังเผยด้วยว่า มีผู้นำอีกหลายประเทศที่เสนอความช่วยเหลือหลังความขัดแย้งจบลงแบบเดียวกันนี้ โดยระบุว่า “หลายคนบอกว่าเราจะไปช่วยหลังจากสงครามจบลงแล้ว”
ทั้งนี้ เบื้องหลังของคลิปวิดีโอไวรัลดังกล่าวมาจากบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารกลางวันเนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ที่ทำเนียบขาว ซึ่งปธน.ทรัมป์ได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ระหว่างพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวอาจเผลออัปโหลดวิดีโอนี้โดยไม่ได้ตั้งใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิดีโอส่วนตัวในเวลาต่อมา
ทว่ามีผู้ใช้งานบัญชีเอ็กซ์ (X) รายหนึ่ง (@metzgov) ดาวน์โหลดเก็บไว้ได้ทันและนำมาเผยแพร่ต่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัมป์มีท่าทีผ่อนคลายและพูดจาตรงไปตรงมามากกว่าเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อมวลชน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 69)





