
โจนี เทเวส นักกลยุทธ์ของธนาคารยูบีเอส (UBS) ระบุในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) ว่า UBS ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ และคาดว่าราคามีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ จากความเสี่ยงด้านขาขึ้นที่เพิ่มมากขึ้น
แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐฯ สูงขึ้น และเงินดอลลาร์แข็งค่า
อย่างไรก็ตาม UBS มองว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำเป็นเพียงจังหวะปรับฐาน และเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าซื้อ โดยประเมินว่าความเป็นไปได้ที่ทองคำจะเดินหน้าขาขึ้นต่อไปอีกหลายปีเริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่เศรษฐกิจชะลอตัวและนำไปสู่การดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการคลังหรือการเงิน
UBS ยังคงมุมมองเดิมว่าทองคำมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ พร้อมแนะนำให้นักลงทุนใช้ช่วงที่ราคาย่อตัวเป็นจังหวะทยอยสะสม
UBS คาดว่า ราคาทองคำเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปี 2569 ลดลง 4% จากประมาณการก่อนหน้าที่ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสะท้อนการปรับตามราคาตลาด หลังทองคำอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายเดือนม.ค. ขณะที่คาดการณ์ราคาในปี 2570 และ 2571 ยังคงเดิมที่ 4,800 และ 4,250 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ
เทเวสระบุว่าแรงเก็งกำไรในตลาดลดลงแล้ว ขณะที่เงินไหลออกจากกองทุน ETF ยังอยู่ในระดับจำกัด ซึ่งเปิดทางให้นักลงทุนสามารถกลับเข้ามาสร้างสถานะใหม่ได้ โดยกองทุนทองคำในจีนยังมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และความต้องการทองคำจริงในประเทศยังแข็งแกร่ง ซึ่งอาจช่วยหนุนการนำเข้าในไตรมาส 2
นอกจากนี้ ยูบีเอสมองว่านักลงทุนในตลาดยังถือครองทองคำในระดับต่ำ และหากราคาปรับตัวลงใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ พร้อมชี้ว่าตลาดกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เนื่องจากนักลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนหันมามองทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อกระจายความเสี่ยงและป้องกันพอร์ตการลงทุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)





