
สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อสะพานในจังหวัดอัลบอร์ซ ทางตอนเหนือของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) เพิ่มขึ้นเป็น 13 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 95 ราย
สะพาน B1 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองคาราจ เมืองเอกของจังหวัดอัลบอร์ซ ถือเป็นหนึ่งในสะพานที่สูงที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นโครงการที่มีความซับซ้อนของอิหร่าน โดยถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ครั้งในวันเดียวกัน
อามีร์-ฮอสเซน ดาเนชโคฮาน ผู้อำนวยการมูลนิธิกิจการผู้เสียสละและทหารผ่านศึกประจำจังหวัดอัลบอร์ซระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นพลเรือนจากหลากหลายอาชีพ รวมถึงพนักงานเทศบาล และเป็นสตรี 4 ราย
ด้านโกดราตอลเลาะห์ เซอิฟ รองผู้ว่าการจังหวัดอัลบอร์ซฝ่ายการเมือง ความมั่นคง และสังคม เปิดเผยว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มีทั้งชาวบ้านจากหมู่บ้านบิเลกาน ผู้โดยสาร และครอบครัวที่มารวมตัวกันใกล้พื้นที่ เพื่อร่วมฉลองวันธรรมชาติ ซึ่งเป็นวันหยุดตามประเพณีของอิหร่านที่จัดขึ้นเพื่อปิดเทศกาลโนรูซ
ดาเนชโคฮานระบุว่า ตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. มีพลเรือนเสียชีวิตในจังหวัดอัลบอร์ซแล้วรวม 44 ราย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีร่วมต่อกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ ของอิหร่าน ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนเสียชีวิต ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายระลอก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 69)





