
จาเซ็ม โมฮาเหม็ด อัลบูไดวี เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) เปิดเผยในวันอังคาร (28 เม.ย.) ว่า กลุ่มประเทศ GCC ได้คัดค้านการดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมายของอิหร่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซและกีดขวางการเดินเรือผ่านน่านน้ำแห่งนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมปรึกษาหารือผู้นำ GCC ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองเจดดาห์ เมืองท่าสำคัญของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอังคาร
อัลบูไดวีกล่าวว่า ผู้นำของนานาประเทศยังได้คัดค้านมาตรการใด ๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการสัญจรผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรผ่านน่านน้ำแห่งนี้ด้วย
อัลบูไดวีระบุว่า เหล่าผู้นำเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกร้องให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติเช่นเดียวกับช่วงก่อนวันที่ 28 ก.พ.
ทั้งนี้ อัลบูไดวีได้กำชับให้สำนักเลขาธิการ GCC เร่งดำเนินการตามข้อกำหนดของโครงการร่วมต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งรวมถึงบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนเร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ GCC
นอกจากนี้ ผู้นำยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการดำเนินขั้นตอนเพื่อจัดตั้งโครงการท่อส่งน้ำมันและก๊าซ รวมถึงโครงการเชื่อมโยงระบบน้ำประปาระหว่างกัน พร้อมเรียกร้องให้เดินหน้าศึกษาการจัดตั้งพื้นที่สำรองเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่ม GCC ต่อไป
อัลบูไดวีกล่าวเพิ่มเติมว่า บรรดาผู้นำให้ความสำคัญกับการยกระดับการบูรณาการทางทหารระหว่างประเทศสมาชิก และเร่งรัดการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อป้องกันขีปนาวุธให้เสร็จสมบูรณ์
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับความตึงเครียดและการโจมตีจากอิหร่านต่อกลุ่มประเทศ GCC และจอร์แดน
เหล่าผู้นำกลุ่มประเทศสมาชิกเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างแนวทางทางการทูตเพื่อยุติวิกฤตการณ์ และปูทางไปสู่ข้อตกลงและความเข้าใจที่จะตอบสนองต่อข้อกังวลของรัฐสมาชิก GCC พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในระยะยาว
ทั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ ของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น พร้อมด้วยผู้บัญชาการระดับสูงและพลเรือนเสียชีวิต ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของอิสราเอลและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 เม.ย. 69)




