Morgan Stanley คาดเฟดเลื่อนลดดอกเบี้ยไปปีหน้า เงินเฟ้อยังสูง-เศรษฐกิจแกร่ง

มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ว่า ขณะนี้บริษัทคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีหน้าเท่านั้น โดยเปลี่ยนจากมุมมองเดิมที่คาดว่าจะเริ่มลดในปีนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง

เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในวันพุธ โดยผลโหวตมีความแตกแยกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

มอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินลดลง

มอร์แกน สแตนลีย์เสริมว่า ตอนนี้เงื่อนไขในการปรับลดดอกเบี้ยเข้มงวดมากขึ้น และเฟดมีแนวโน้มจะรอดูสถานการณ์ก่อน โดยผู้กำหนดนโยบายจะใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อประเมินผลของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอดีตที่ยังส่งผลล่าช้า รวมถึงความยั่งยืนของแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์คาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคมและมีนาคมปีหน้า หากแรงกดดันเงินเฟ้อปรับตัวลงอย่างชัดเจน และเศรษฐกิจชะลอตัวเข้าสู่ระดับปกติ

ด้านดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ประเมินก่อนหน้านี้ว่า เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังสูง และจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่ระมัดระวัง

ส่วนข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักราว 44% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนเมษายน 2570 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 8% ก่อนการประกาศผลการประชุมเฟด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายยังระบุเมื่อต้นเดือนนี้ว่า สงครามในตะวันออกกลางได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อแล้ว และความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นทำให้เฟดยากต่อการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตได้อย่างชัดเจน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)