
เวียดนามสั่งปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยตั้งเป้าเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายขึ้นอีก 20% หลังถูกระบุว่ามีความน่ากังวลอันดับต้น ๆ ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด
แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของรัฐบาลเวียดนามระบุว่า การปราบปรามในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงภาพยนตร์ เกมออนไลน์ และสิทธิในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ตลอดจนภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งจะดำเนินการตลอดทั้งเดือนนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอมแปลง และการละเมิดเครื่องหมายการค้า
คำสั่งของรัฐบาลระบุว่า “การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงมีความซับซ้อนในบางภาคส่วนและบางท้องที่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนและธุรกิจ ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายของบุคคล สถานประกอบการ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง”
เวียดนามถูกกำหนดให้เป็น “ประเทศที่น่าจับตามองเป็นอันดับต้น ๆ” ตามรายงานของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นสถานะที่มีไว้สำหรับประเทศที่กระทำการเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาร้ายแรงที่สุด โดยรายงานชี้ว่า เวียดนามล้มเหลวในการจัดการปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับการคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
USTR จะตัดสินภายใน 30 วันนับจากวันที่รายงานเผยแพร่ออกไปว่า จะเปิดฉากการสอบสวนภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 301 หรือไม่ โดยให้เวลาเวียดนามจนถึงสิ้นเดือนเพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีความจริงจังในการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามได้ออกมาตอบโต้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า เวียดนามได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ประเมินความพยายามและความสำเร็จในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนามอย่างเป็นกลางและสมดุล
ทั้งนี้ การหารือทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศได้หยุดชะงักลง หลังจากที่การเจรจายืดเยื้อมานานหลายเดือน เนื่องจากความเห็นต่างที่ยังคงมีอยู่ในเรื่องอัตราภาษีและการบังคับใช้กฎหมาย โดยหนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือคำนิยามของสินค้าถ่ายโอนผ่านประเทศที่สาม (transshipped goods) ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงสุดถึง 40%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 พ.ค. 69)





