
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันพุธ (6 พ.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของจีนได้ขอให้ธนาคารรายใหญ่ของประเทศระงับการปล่อยเงินกู้ลอตใหม่แก่โรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่งที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากความเกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า สำนักงานบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติของจีน (NFRA) ได้ให้คำแนะนำด้วยวาจาแก่ธนาคารต่าง ๆ ไม่ให้ปล่อยเงินกู้ลอตใหม่สกุลเงินหยวนแก่บริษัทที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้สั่งให้เรียกคืนสินเชื่อเดิมที่มีอยู่
นอกจากนี้ ธนาคารยังถูกขอให้ทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทต่าง ๆ รวมถึง เหิงลี่ ปิโตรเคมิคัล (Hengli Petrochemical) ซึ่งเป็นโรงกลั่นเอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีน
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นก่อนวันที่ 1 พ.ค. และถือว่าขัดแย้งกับท่าทีของกระทรวงพาณิชย์จีนที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 พ.ค. โดยขอให้บริษัทต่าง ๆ เพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
การเรียกร้องให้ไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่จีนใช้มาตรการปิดกั้น เพื่อคุ้มครองบริษัทจีนจากการแทรกแซงของต่างชาติที่จีนมองว่าไม่สมเหตุสมผล โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2564
ก่อนหน้านี้ในเดือนเม.ย. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเหิงลี่ ปิโตรเคมิคัล โดยกล่าวหาว่าบริษัทซื้อน้ำมันจากอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการตัดรายได้จากการขายน้ำมันของอิหร่าน
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า สหรัฐฯ ได้เตือนธนาคารจีน 2 แห่งว่า หากพบว่าดำเนินธุรกรรมกับอิหร่าน อาจถูกคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions) แม้ไม่ได้เปิดเผยชื่อธนาคารก็ตาม
ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ได้สร้างอุปสรรคให้กับโรงกลั่นน้ำมันของจีนบางส่วน ทั้งในด้านการรับน้ำมันดิบและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมัน ซึ่งบางกรณีต้องเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)





