TTB เขย่าตลาดส่งประกันไฮบริดเชื่อมดัชนีสหรัฐฯ ชูผลตอบแทน 260% ยอดขายพุ่งทุบสถิติ 2 พันลบ.ใน 2 เดือน

นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต [TTB] กล่าวว่า ธนาคารได้นำเสนอนวัตกรรมประกันชีวิตเพื่อวัยทำงาน ตอบโจทย์ครบทั้งความมั่งคั่งและลดหย่อนภาษี ผ่านประกันชีวิต ทีทีบี ยูเอส มัลติ-แอสเซต อินเด็กซ์ พรินซิเพิล โพรเทค 15/5 ซึ่งเป็นนวัตกรรมประกันชีวิตสะสมทรัพย์ที่เชื่อมต่อโอกาสการลงทุนในตลาดสหรัฐผ่านดัชนีหลายสินทรัพย์ (Multi-Asset) เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ต่อยอดเงินให้เติบโตในระยะยาว พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีประสิทธิภาพ และเริ่มต้นด้วยเบี้ยประกันชีวิต 50,000 บาท/ปี

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวธนาคารได้ร่วมมือกับพรูเด็นเชียล และซิติ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกแบบให้ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันเป็นเวลา 5 ปี และมีระยะเวลาคุ้มครอง 15 ปี โดยมีจุดเด่นด้านการคุ้มครองเงินต้น 100% เมื่อถือจนครบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าแม้ตลาดการเงินมีความผันผวน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากดัชนีอ้างอิง ซึ่งสามารถคว้าโอกาสทำกำไรได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง

สำหรับผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ มีอัตราการมีส่วนร่วมในผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงสูงถึง 260% โดยอ้างอิงดัชนี Citi QuantCube Multi-Asset เพื่อสร้างโอกาสความมั่งคั่งระยะยาว อย่างไรก็ตาม ธนาคารย้ำว่าผลตอบแทนดังกล่าวขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง และไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน

ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนำเทคโนโลยี AI และ Big Data เข้ามาใช้วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและภาวะตลาด โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ก่อนนำไปใช้ประกอบการปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างทันท่วงที ช่วยลดภาระของลูกค้าที่ไม่ต้องติดตามตลาดด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด

นางสาวกนกวรรณ กล่าวว่า หลังจากที่ธนาคารเปิดเสนอขายตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี โดยมียอดขายทะลุ 2 พันล้านบาทภายในระยะเวลา 2 เดือน สะท้อนความต้องการของลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบโจทย์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ เติบโตได้ ปลอดภัย และได้สิทธิภาษี

ธนาคารคาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจประกันของ TTB ในปีนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายรวมใกล้เคียง 8 พันล้านบาท หรือราว 4 เท่าของยอดขายที่ทำได้ในช่วงเริ่มต้น โดยที่ธนาคารมีฐานลูกค้าประกันรวมประมาณ 400,000 ราย และมีจำนวนกรมธรรม์รวมราว 600,000-700,000 กรมธรรม์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและวัยทำงานที่ใช้ประกันเป็นเครื่องมือในการวางแผนภาษี และวางแผนการเงินระยะยาว

นอกจากนี้ธนาคารยังได้ปรับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการรับดอกเบี้ยโบนัสของบัญชี ttb ME save ใหม่ โดยยังคงจุดเด่นดอกเบี้ยสูงตั้งแต่บาทแรก พร้อมขยายเพดานเงินฝากที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยขั้นสูง จากเดิม 100,000 บาท เป็น 2 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้าใช้บัญชีนี้เป็นฐานการออมหลักที่ชัดเจนและตอบโจทย์การวางแผนการเงินของลูกค้าในระยะยาว

โดยอัตราดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี สำหรับเงินฝากตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท ขณะที่เงินฝากส่วนที่เกิน 2 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยรวมสูงสุด 1.00% ต่อปี ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด และยังมีดอกเบี้ยโบนัส ที่ลูกค้าสามารถรับดอกเบี้ยรวมโบนัส เมื่อทำการออมหรือลงทุนเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ลงทุนในกองทุนรวมกับทีทีบี รูปแบบ DCA ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป / เดือน, มียอดเงินลงทุนในกองทุนกับทีทีบีเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป และเป็นลูกค้าทีทีบีที่มีสถานะ ttb privilege ระดับ Silver ขึ้นไป

“ธนาคารยังคงมองว่าการออมเงินที่ดีในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินให้นิ่งอยู่ในบัญชี แต่คือการจัดระบบการเงินให้เติบโต ทำให้ บัญชี ttb ME save ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชวนคนไทยออมเงินอย่างเป็นระบบ โดยธนาคารจะให้ดอกเบี้ยรวมโบนัส เป็นแรงจูงใจและรางวัลสำหรับผู้ที่ออมเงินและวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดแนวคิดการออมเงินให้สอดคล้องกับโลกการเงินที่เปลี่ยนไป” นางสาวกนกวรรณ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)