คลัง ชงปรับแผนบริหารหนี้เข้าครม.สัปดาห์หน้า เพิ่มวงเงินกู้ก้อนแรก 2 แสนลบ. ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) เพื่อเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 พ.ค.69 พิจารณาเห็นชอบ

โดยจะมีการเพิ่มวงเงินกู้ใหม่อีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ… วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุม คนน. เห็นชอบตรงกันว่า การกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว ควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะใกล้สิ้นปีงบประมาณ 2569 แล้ว จึงควรดำเนินการในส่วนนี้ไปก่อน โดยการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรกที่จะให้ ครม.เห็นชอบ จะนำไปใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะมีการเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะครอบคลุม โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จำนวนประชาชนผู้ได้รับสิทธิ 30 ล้านคน แจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้น 13.2 ล้านคน เพิ่มเงินให้อีกเดือนละ 700 บาท จากเดิมที่ได้อยู่เดือนละ 300 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท โดยจะเริ่มให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.69 และเริ่มใช้จ่ายในวันที่ 1 มิ.ย. นี้

ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ใน 2 เดือนแรก จะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิ์เดิม 13.2 ล้านคน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน มาเป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้น เมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่แล้ว ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม ที่รายได้ต้องไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้คนกลุ่มนี้ไปใช้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง พลัสแทน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ก้อนแรก 2 แสนล้านบาทนั้น มีเป้าหมายเพื่อใช้บรรเทาผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตพลังงานแก่ประชาชน ซึ่งจะมีการช่วยเหลือกลุ่มอื่น ๆ เช่น ภาคขนส่ง ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดการช่วยเหลือ โดยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท

ส่วนการกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ อีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือ เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ยังมีเวลาบรรจุในการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งต่อไปได้ เนื่องจากโครงการต่าง ๆ จะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง รวมถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดไว้ว่าต้องเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย.69 และทำสัญญาผูกพันเบิกจ่าย ภายในวันที่ 30 ก.ย. 70

“ตอนนี้ กระทรวงการคลัง รอ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ลงนาม และเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว หากลงประกาศราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์นี้ จะเสนอเรื่องแผนการปรับโครงสร้างหนี้เข้า ครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. และครม.ชุดใหญ่ในวันที่ 12 พ.ค.” แหล่งข่าว ระบุ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 69)