
นายหวัง วนาไพรสณฑ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอ็พพลาย ดีบี [ADB] เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 17.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.38 ล้านบาท หรือ 58.69% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 10.87 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มีผลกำไรสุทธิที่สูงขึ้น เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์กลุ่มเม็ดพลาดสติกสำหรับสายไฟฟ้าและเคเบิ้ลเป็นหลัก จากการดำเนินงานที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน
รวมถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเชิงรุก เพื่อรับมือกับความผันผวนของวัตถุดิบปิโตรเคมีในช่วงมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นบริษัทฯและบริษัทย่อยจากธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์โดยรวมมีกำไรสุทธิ 7.47 ล้านบาท ก่อนกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (ADBS) ที่ใช้วิธีการบันทึกบัญชีตามส่วนได้เสียสำหรับไตรมาส 1/69 จำนวน 9.79 ล้านบาท จึงส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 17.26 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 223.06 ล้านบาท
“ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของ ADB มีทิศทางเติบโตอย่างโดดเด่น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) สูงถึง 90% ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลบวกโดยตรงต่ออัตราการทำกำไร
หลังจากเกิดความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ADB ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่หลากหลาย และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ ADB จึงมั่นใจว่าการส่งมอบสินค้าจะไม่หยุดชะงัก และคาดว่าโมเมนตัมความต้องการสินค้าจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้”
ด้านบริษัทร่วมทุน บริษัท เอดีบี ซีแลนท์ จำกัด (ADBS) ที่ร่วมทุนกับกลุ่ม AICA ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยมียอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนว (Sealant) เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศ ใช้กำลังการผลิตมากกว่า 60% มาจากปัจจัยหนุนสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.Synergy ด้านต้นทุน การบริหารจัดการร่วมกับเครือ AICA ที่มีประสิทธิภาพสูง 2.Raw Material Group Purchasing การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบบางรายการร่วมกับเครือข่าย AICA ทำให้มีอำนาจต่อรองและได้ต้นทุนที่ต่ำลง และ 3.Economies of Scale ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยดัน Margin ให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
โดย ADB จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADBS เข้ามา ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ADB มี อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 0.46 อยู่ในระดับต่ำ และมีสภาพคล่องทางการเงินที่สูงมาก ทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (New Opportunities) ที่มีศักยภาพสูงเพื่อสร้าง New S-Curve และเร่งอัตราการเติบโตให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 พ.ค. 69)





