SGP ทุบสถิติกำไร Q1/69 พุ่ง 12.2 เท่า รับอานิสงส์ราคาก๊าซโลก-ตลาดตปท. โตกระฉูด 33%

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ [SGP] เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 23,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 1,530.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 12.2 เท่า จากไตรมาส 1/68 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจ LPG ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 33.6% โดยเฉพาะตลาดจีน เวียดนาม และธุรกิจ Offshore Trading ซึ่งยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของ SGP ในการบริหารเครือข่ายการค้าและกระจายสินค้าพลังงานในระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนมากขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจพลังงานในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับธุรกิจในประเทศ SGP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของส่วนแบ่งตลาด LPG ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด ส่งผลให้บริษัทยังคงครองอันดับ 2 ของตลาด LPG ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Automotive และ Industrial ที่ยังมีการเติบโตเหนืออุตสาหกรรม

ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 2,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.12% จาก 4.67% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน การบริหารพอร์ตการขาย และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง

ณ สิ้นไตรมาส 1/69 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 56,694 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 15% จากสิ้นปี 68 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความพร้อมในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

นายศุภชัย กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงครึ่งหลังของปี 69 ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการใช้พลังงานในเอเชียที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาค ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ LPG และ LNG ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน

ขณะเดียวกัน ตลาดพลังงานโลกยังมีแนวโน้มผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางราคาพลังงานโลก แม้อุปทานพลังงานเริ่มทยอยฟื้นตัว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านแหล่งจัดหาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยกระจายแหล่งนำเข้าก๊าซไปยังหลายภูมิภาคนอกตะวันออกกลาง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และแอฟริกา เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้าน Supply และลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ธุรกิจ LPG และ Energy Trading ของบริษัทยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

“SGP ยังเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมบริหารต้นทุนและบริหารความเสี่ยงด้านราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายศุภชัย กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)